Page 94 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 94
จากตารางข้างต้น จะพบว่าทั้ง 4 ประเทศมีปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยเยอรมนี
และสวีเดนเป็นประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูงกว่าบราซิลและไทยมาก โดยมีระดับรายได้ต่อหัวที่สูงกว่ามาก
และพึ่งพารายได้จากภาคเกษตรและมีแรงงานในภาคเกษตรในระดับที่ต่ำ
ไทยและบราซิลมีปัญหาด้านจำนวนแรงงานที่ตรงข้ามกัน คือไทยประสบปัญหาขาดแคลน
แรงงาน แต่บราซิลประสบปัญหาการว่างงาน ทั้งนี้ บราซิลเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากและประชากร
กว่าร้อยละ 12 มีปัญหาไม่มีงานทำ ซึ่งต่างจากไทยที่มีอัตราการว่างงานเพียงร้อยละ 1.3 ส่งผลให้ประเทศไทย
มีแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่บราซิลเป็นประเทศที่ส่งออกแรงงานมากกว่านำเข้า
แรงงาน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าไทยมีแรงงานอยู่ในภาคเกษตรสูงถึงร้อยละ 31 ของจำนวน
แรงงานรวม แต่มีรายได้จากภาคเกษตรเพียงร้อยละ 8.1 ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงงานในภาค
เกษตรไทยมีรายได้เฉลี่ยที่ต่ำกว่าแรงงานนอกภาคเกษตรมาก และความแตกต่างของรายได้ระหว่างแรงงานใน
และนอกภาคเกษตรของไทยเป็นปัญหาใหญ่ที่ไทยแตกต่างจากอีก 3 ประเทศ เพราะโดยภาพรวมทั้ง 3
ประเทศมีสัดส่วนรายได้ของแต่ละภาคการผลิตสอดคล้องกันกับสัดส่วนของกำลังแรงงานที่อยู่ในแต่ละภาคการ
ผลิตนั้นๆ
นอกจากนี้ แม้ว่าไทยจะมีอัตราการว่างงานต่ำกว่าทั้ง 3 ประเทศ โดยเฉพาะบราซิลที่มีอัตรา
การว่างงานที่สูงมาก แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่แรงงานจำนวนมากประกอบอาชีพชาวนา (จากข้อมูล
สำรวจแรงงานของสำนักงานสถิติในปี 2561 ไตรมาส 3 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ตรงกับฤดูกาลทำนา พบว่าแรงงาน
ไทยประกอบอาชีพทำนานับเป็นประมาณร้อยละ 13.95 ของกำลังแรงงานรวม) ซึ่งเมื่ออยู่นอกฤดูทำนา
แรงงานกลุ่มนี้จะหันไปประกอบอาชีพอื่น และถึงแม้ในกรณีที่ไม่ทำงานอื่นใด แรงงานกลุ่มนี้ก็จะไม่ถูกนับว่า
เป็นกลุ่มคนที่ว่างงาน เพราะจะถูกนับเป็น “แรงงานรอฤดูกาล” ตามนิยามของกระทรวงแรงงาน
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 91 | 180

