Page 90 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 90

6.  การวิเคราะห์ช่องว่างของมาตรการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติในไทยเทียบกับประเทศ

                       ผู้นำในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก: บราซิล เยอรมนี และสวีเดน

                      จากข้อมูลในบทที่ 3 ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2561 (ค.ศ. 2018) บราซิล เยอรมนี และสวีเดน เป็นประเทศที่

               มูลค่าการส่งออกสินค้าสัตว์ปีกสูงเป็นอันดับ 1, 7 และ 34 ของโลก ตามลำดับ (ขณะที่ไทยมีมูลค่าการส่งออก
               เป็นอันดับที่ 5 ของโลก) ซึ่งถือได้ว่าทั้ง บราซิล เยอรมนี และไทย เป็นกลุ่มประเทศผู้นำในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก

               ของโลก ขณะที่สวีเดนนั้น ถึงแม้จะไม่ได้มีขนาดของอุตสาหกรรมที่ใหญ่เท่า แต่ก็เป็นประเทศที่นำเข้าสัตว์ปีก

               จากไทยในสัดส่วนที่สูง และที่ผ่านมาก็มีรายงานการศึกษาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานของสินค้า
               สัตว์ปีกไทยที่ส่งออกไปยังสวีเดน ดังนั้น สวีเดนจึงเป็นกรณีที่ควรสนใจเช่นกัน



                       6.1    ภาพรวมผลการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน
                              ในส่วนนี้เป็นการรวบรวมผลการศึกษาตัวชี้วัดด้านการปกป้องสิทธิมนุษยชนของแต่ละ

               ประเทศเพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมระดับความสามารถในการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชน ก่อนที่ส่วนต่อไปจะ

               เป็นการศึกษารายละเอียดของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ เนื่องจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นที่มีความ
               หลากหลายในตัวเองและการประเมินในหลายประเด็นอาจจะต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ประเมิน

               คณะผู้วิจัยจึงขอนำเสนอผลการประเมินจากหลายแหล่งและชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นของแต่ละตัวชี้วัดในแต่ละ

               แหล่งเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้อ่านได้พิจารณาประกอบ
                              จากการประเมินผลคะแนนด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Scores: HRI) ในปี 2560

               (ค.ศ. 2017) ถูกจัดทำโดย Christopher Fariss (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ประจำ University of

               Michigan) โดยใช้เกณฑ์จากการศึกษาของ Keith Schnakenberg และ Christopher Fariss (2014) ซึ่ง
               มุ่งเน้นการวัดระดับความสามารถของประเทศในการปกป้อง “สิทธิในการมีความชอบธรรมในร่างกายของตน”

               (Physical Integrity Rights) ของพลเมือง โดยรวมไปถึงประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรง การถูกทำให้

               เสียชีวิตโดยรัฐ การถูกกักขังจากเหตุผลทางการเมือง การสังหารหมู่ และการถูกทำให้สูญหาย ซึ่ง Human
               Rights Scores ถูกออกแบบให้สามารถเปรียบเทียบระหว่างประเทศและระหว่างช่วงเวลาได้

                              ผลการประเมินพบว่าไทยได้รับคะแนนที่ต่ำเมื่อเทียบกับอีก 3 ประเทศ (คะแนนยิ่งสูงยิ่งดี)

               โดยไทยได้รับการประเมินที่ -1.21 คะแนน (อันดับ 166/195) ขณะที่บราซิลได้ -1.17 คะแนน (อันดับ
               163/195) เยอรมนีได้ 2.93 (อันดับ 20/195) คะแนน สวีเดนได้ 2.84 คะแนน (อันดับ 21/195) ซึ่งบ่งชี้ว่า

               ประชาชนในประเทศไทยจะมีความเสี่ยงที่จะถูกละเมิดสิทธิในร่างกายของตน--ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของ

               ความเป็นมนุษย์--จากความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ มากกว่าใน 3 ประเทศข้างต้น ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลของ
               Fariss (2019) พบว่าประเทศไทยเคยมีระดับคะแนนที่สูงกว่าบราซิลมาก แต่คะแนนของไทยลดลงมาอย่างมาก

               ในช่วงปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง






               โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
               กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก                                        หน้าที่ 87 | 180
   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94   95