Page 42 - รายงานศึกษาวิจัยการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
P. 42
• ระบุทางเลือกต่างๆ ในการป้องกันหรือบรรเทาผลกระทบ สามารถ
จำาแนกตามเกณฑ์ต่อไปนี้
• ผลกระทบที่บริษัทก่อเองหรือมีส่วนร่วมในการก่อ
• การจัดการกับผลกระทบที่เชื่อมโยงกับกิจการของบริษัท
แต่บริษัทไม่ได้มีส่วนกระทำาเอง
• การจัดการกับผลกระทบตั้งแต่เนิ่นๆ
• สร้างและอาศัย “จุดคานงัด” ในความสัมพันธ์ทางธุรกิจ “จุดคานงัด”
(Leverage) หมายถึง ความสามารถของบริษัทในการสร้างการเปลี่ยนแปลง
ในกิจกรรมขององค์กรใดก็ตาม ที่ก่อความเสียหาย บริษัทควรใช้คานงัดของ
ตัวเองเป็นเครื่องมือในความพยายามที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของพันธมิตร
ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เงื่อนไขสัญญาและข้อตกลงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับโครงการ เช่น บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding:
MoU) เพื่อกำาหนดจุดคานงัด ในความสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ ที่ควรคำานึงถึง
ต่อไปนี้
• จุดคานงัดกับรัฐ บริษัทสามารถนำาหลักการทำาสัญญาที่รับผิดชอบ
(Principles for Responsible Contracts) ซึ่งพัฒนาโดยผู้แทนพิเศษ
ขององค์การสหประชาชาติ ได้วางแนวทางว่าบริษัทควรทำาอย่างไรให้สัญญา
เหล่านี้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้ ถ้าหากรัฐไม่เต็มใจที่จะใส่เนื้อหาว่าด้วย
การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเข้าไปในสัญญา บริษัทต้องหาช่องทางอื่น เช่น
ผ่านกระบวนการปฏิบัติการของบริษัท การทำาบันทึกความเข้าใจกับ
หน่วยงานความมั่นคง ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร และเข้าไป
หารือกับรัฐบาลในประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้
อาจอ้างอิงมาตรฐานสากลในการทำาสัญญากับรัฐหรือบริษัทร่วมทุน เช่น
IFC Performance Standards, Voluntary Principles on Security and
Human Rights หรือมาตรฐานแรงงานในอนุสัญญาหลักขององค์การ
แรงงานระหว่างประเทศ มาตรฐานเหล่านี้เป็นจุดอ้างอิงที่ชัดเจนและได้รับ
การยอมรับในวงกว้าง
• จุดคานงัดในการร่วมทุน (Joint Venture) เมื่อใดที่บริษัทจะร่วมทุน
ทำาธุรกิจกับบริษัทอื่นสามารถสร้างคานงัดในประเด็นสิทธิมนุษยชนได้
ตัวอย่างเช่น พยายามร่วมทุนกับบริษัทที่ “คิดตรงกัน” ถ้าเป็นไปได้
ใช้อิทธิพลกำาหนดโครงสร้างของการร่วมทุน อาจด้วยวิธีต่อไปนี้
• เลือกบุคลากรหลักที่เข้าใจและมุ่งมั่นกับการเคารพสิทธิมนุษยชน
• บูรณาการการเคารพสิทธิมนุษยชนเข้าไปในเงื่อนไขของสัญญา
ร่วมทุน เช่น อ้างอิงมาตรฐานที่จะทำาตาม และมาตราที่เกี่ยวกับ
การควบคุมดูแลและการรายงาน
40

