Page 85 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 85
เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน การก่อการร้ายและความรุนแรงที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่าง
ยั่งยืน (SDGs) พร้อมนี้ที่ประชุมเห็นชอบที่จะมีการประชุมประจ�าปี ครั้งที่ ๑๓ ของ SEANF ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๘ กันยายน
๒๕๕๙ ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา โดยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเมียนมาจะท�าหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
ก่อนส่งมอบให้ประเทศฟิลิปปินส์ต่อไป
๓) การประชุมสมัยพิเศษของ SEANF ว่าด้วยการจัดท�าแผนยุทธศาสตร์ของ SEANF ระหว่างปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔
ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
กสม. ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีสาระส�าคัญ ได้แก่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่าง
แผนยุทธศาสตร์ ๕ ปี ของ SEANF ระหว่างปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ซึ่งสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Komnas HAM) ได้ยกร่าง
และน�าเสนอเข้าสู่ที่ประชุม TWG ของ SEANF ครั้งที่ ๑/๒๕๕๙ และครั้งที่ ๒/๒๕๕๙ เพื่อพิจารณาในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม
๒๕๕๙ และมิถุนายน ๒๕๕๙ ตามล�าดับ โดยมีประเด็นเพิ่มเติมที่ส�าคัญ ได้แก่ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศสมาชิก SEANF
๖ ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และติมอร์ เลสเต้ โดยในส่วนของไทยได้กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวม
ที่ส�าคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายหลัง คสช. เข้าบริหารประเทศเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ กระบวนการ
ยกร่างรัฐธรรมนูญ ผลการจัดท�าประชามติเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่ส�าคัญใน
ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของ SEANF ได้แก่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่
ของประชาชนอันเนื่องมาจากนโยบายที่เน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมไปถึงสิทธิของประชาชนที่จะต้อง
ได้รับข่าวสารข้อมูล และการแสดงความคิดเห็นก่อนที่โครงการจะเริ่มด�าเนินการ เป็นต้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการรายงานสรุปผลการด�าเนินงานล่าสุดจากผู้แทนสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ของอินโดนีเซีย เกี่ยวกับการจัดตั้งส�านักงานเลขานุการถาวรของ SEANF เพื่อท�าหน้าที่สนับสนุนการด�าเนินงานของประเทศสมาชิก
รวมทั้งเพื่อรองรับการอนุวัติการตามแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ของ SEANF โครงสร้าง (structure) ของส�านักงานเลขานุการ สมาชิก
คณะกรรมการ (board members) และขั้นตอน (roadmap) ที่จะน�าไปสู่การจัดตั้งส�านักงานเลขานุการถาวรดังกล่าว
๔) การประชุมประจ�าปีของ SEANF ครั้งที่ ๑๓ ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา
ประธาน กสม. และคณะได้เข้าร่วมการประชุมประจ�าปี ครั้งที่ ๑๓ ของ SEANF ที่ประเทศเมียนมาตาม
ค�าเชิญของประธานสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเมียนมา โดยการประชุมแบ่งออกเป็น ๒ ช่วง ช่วงแรก เป็นการสัมมนา
ภายใต้หัวข้อ ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับฝ่ายบริหาร (Executive) ฝ่ายนิติบัญญัติ (Legislature)
และฝ่ายตุลาการ (Judiciary) ในช่วงเช้าของวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๙ ซึ่งประธาน กสม. ได้รับเชิญให้เป็นผู้อภิปราย
(speaker) ในหัวข้อสถาบันสิทธิฯ กับฝ่ายตุลาการ โดยได้เน้นถึงการท�างานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและศาลในการ
คุ้มครองสิทธิมนุษยชน เนื่องจากการพิจารณาคดีของศาลเป็นการท�าให้บทบัญญัติในกฎหมายมีผลบังคับใช้ ท�าให้ประชาชน
ที่ถูกละเมิดสิทธิได้รับความคุ้มครองและได้รับการชดเชยเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งท�าให้ผู้ละเมิดได้รับโทษตามที่บัญญัติ
ไว้ในกฎหมาย ในขณะที่สถาบันสิทธิฯ ที่มีอ�านาจในการรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากบุคคลจะท�าหน้าที่
คล้ายศาลในการวินิจฉัยว่าเป็นการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ หากพบว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จะเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาไปยังหน่วยงานหรือบุคคลที่ท�าการละเมิด แต่ข้อแตกต่างจากศาลคือ มาตรการแก้ไขของ
สถาบันสิทธิฯ โดยทั่วไปไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายเหมือนค�าพิพากษาหรือค�าสั่งของศาล ทั้งนี้ การด�าเนินงานของสถาบันสิทธิฯ
ที่สัมพันธ์กับศาลสามารถกระท�าได้โดยผ่านกระบวนการต่าง ๆ ดังนี้ (๑) การให้ความเห็นต่อคดีที่อยู่ในการพิจารณาคดี
ของศาล (๒) การเสนอเรื่องไปยังศาล (๓) การอาศัยอ�านาจตามกฎหมาย (คล้ายอ�านาจของศาล) ในการเรียกพยานหลักฐาน
ส�าหรับการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน (๔) การช่วยเหลือให้บุคคลเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม และ (๕) การส่งเสริมความรู้
ด้านสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในฝ่ายตุลาการ
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 76 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

