Page 65 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 65

(๓)  สนธิสัญญาระหว่างประเทศ
                     หากเป็นตราสารระหว่างประเทศอันมีมิติด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม พบว่า ยังไม่มีตราสาร

        ฉบับใดทั้งที่มีผลผูกพันและไม่ผูกพันที่กล่าวว่า สิทธิในสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิมนุษยชนโดยเอกเทศ


                 การยอมรับสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้สิทธิมนุษยชนกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามหลักกฎหมายระหว่าง
        ประเทศในระดับภูมิภาค สามารถแยกพิจารณาเป็น ๓ กรณี ดังนี้
                 (๑)  ภูมิภาคยุโรป

                     ตราสารสิ่งแวดล้อมแทบทุกฉบับจะน�าสิทธิเชิงกระบวนการมาปรับใช้แก่การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ส่วนสิทธิ
        เชิงเนื้อหา ยอมรับว่ามี “สิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี” ตามอนุสัญญา Aarhus การบังคับใช้จึงเน้นแต่เพียง
        สิทธิมนุษยชนที่มีอยู่และได้รับการรับรองอยู่แล้ว

                 (๒)  ภูมิภาคอเมริกา
                     ตราสารของภูมิภาครับรองค�าว่า “สิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี (Right to Live in Healthy
        Environment)” ซึ่งมิใช่สิทธิในสิ่งแวดล้อมโดยเอกเทศ หากแต่เป็นการใช้สิทธิในชีวิต (Right to Life) และสิทธิในสุขภาพ (Right to
        Health) ผสมผสานกัน และการยอมรับในสิทธิดังกล่าวจ�ากัดอยู่เพียงกลุ่มประเทศในอเมริกาใต้ที่เป็นประเทศก�าลังพัฒนาเท่านั้น
                 (๓) ภูมิภาคแอฟริกา

                     กฎบัตรภูมิภาคยอมรับว่า “สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี” เป็นสิทธิมนุษยชน โดยใช้ควบคู่ไปกับสิทธิในการพัฒนา
        (Right to Development) และรับรองว่าสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นสิทธิเชิงกลุ่มหรือสิทธิร่วมกันของประชาชน
                 การน�าสิทธิมนุษยชนและสิทธิในสิ่งแวดล้อมมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศมีหลายรูปแบบ

        ซึ่งอาจจ�าแนกได้ ๔ รูปแบบ ดังนี้
                 (๑)  การเขียนในรูปแบบของสิทธิเชิงเนื้อหา (Substantive Rights) สามารถจ�าแนกออกได้เป็น ๒ ประเภท
        คือ สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี (Right to Good Environment) และสิทธิในชีวิตหรือสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี
        (Right to Live in Good Environment)
                 (๒) การเขียนในรูปแบบของสิทธิเชิงกระบวนการ (Procedural Rights) สามารถจ�าแนกออกได้เป็น ๓ ประเภท คือ

        สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการมีส่วนร่วมสาธารณะในการตัดสินใจ และสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมในคดี
        สิ่งแวดล้อม
                 (๓)  การเขียนในรูปแบบของหน้าที่ของประชาชนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

                 (๔)  การเขียนในรูปแบบของหน้าที่ของรัฐในการปกป้องสิ่งแวดล้อม
                 ข้อค้นพบและแนวทางในการสนับสนุนสิทธิชุมชนและสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้เป็นจริงในสังคมไทยภายใต้บริบทสากล
        และบริบทประเทศในการบัญญัติเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญไทยเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญในอดีต
        กับรัฐธรรมนูญในอนาคต สรุปได้ดังนี้

                          รัฐธรรมนูญในอดีต                                 รัฐธรรมนูญในอนาคต
         • ไม่เคยบัญญัติเรื่องสิทธิเชิงเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในสิ่งแวดล้อม • สิทธิที่มีอยู่แล้วก็ให้มีอยู่ต่อไป เช่น กรณีของสิทธิชุมชน
         ที่ดี หรือสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี
         • รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ บัญญัติเรื่อง • ควรมีกฎหมายล�าดับรองเขียนขยายความว่า สิทธิชุมชนตาม
         สิทธิชุมชน  แต่เป็นสิทธิในการมีส่วนร่วมกับรัฐเพื่อจัดการ ความหมายในรัฐธรรมนูญว่ามีเงื่อนไขการน�าไปใช้อย่างไรบ้าง
         ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิทธิเชิงกระบวนการ ไม่ใช่ ตามแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับการ
         สิทธิเชิงเนื้อหา                                   พัฒนาที่ยั่งยืนแบบไทย

         • รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติเรื่องสิทธิของบุคคล แต่เป็นสิทธิ • เรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อม
         ในการมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดี ถ้าจะให้บัญญัติขึ้นใหม่ก็สามารถท�าได้ เพียงแต่จะต้องเขียน
         สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิทธิเชิงกระบวนการ ไม่ใช่สิทธิเชิงเนื้อหา  เชื่อมโยงให้ดีกับเรื่องสิทธิชุมชนที่มีอยู่เดิมในรัฐธรรมนูญ เพราะ
                                                            สิทธิชุมชนเป็นสิทธิเชิงกลุ่ม



                ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  56  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70