Page 64 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 64
ความเป็นจริงมากกว่าการศึกษาในทางทฤษฎี และเพื่อให้การเฝ้าระวังสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม และ
การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า ตราสารระหว่างประเทศประเภท
Soft Law ได้แก่ ปฏิญญาสตอกโฮล์ม และปฏิญญาริโอ ซึ่งเป็นตราสาร
ที่ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายให้รัฐใดต้องปฏิบัติตาม แต่มีบทบาทใน
เวทีกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในการเสนอแนะหลักการ
หรือแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
สร้างความตระหนักในการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และมีอิทธิพลต่อ
พัฒนาการประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านสิทธิเชิงเนื้อหา สิทธิเชิง
กระบวนการ และสิทธิของชนพื้นเมือง (Indigenous Peoples) ส่งผล
ให้เกิดการน�าเอากลไกทางสิทธิมนุษยชนมาใช้คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทั้งใน
ระดับระหว่างประเทศและในระดับภูมิภาค
ตราสารระหว่างประเทศประเภท Hard Law ที่เกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่รับหลักการมา
จากปฏิญญาสตอกโฮล์มและปฏิญญาริโอ แต่ยังไม่มีฉบับใดที่มีเนื้อหารับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมในฐานะเป็นสิทธิมนุษยชน
ประเภทหนึ่ง ยกเว้นฉบับเดียว คือ กฎบัตรแอฟริกันว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิของประชาชน (The African Charter on
Human and Peoples’ Rights) และพิธีสารเพิ่มเติมอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกาเกี่ยวกับสิทธิทางเศรษฐกิจ ผลการดำ เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
สังคม และวัฒนธรรม (The Additional Protocol to the American Convention on Human Rights in the Area of
Economic, Social, and Cultural Rights) โดยกฎบัตรดังกล่าวได้สถาปนา “สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่น่าพอใจที่เอื้อต่อการ
พัฒนา (Satisfactory Environment Favorable to Development)”
ในการน�าเอาสิทธิมนุษยชนมาใช้กับเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น ยังคงมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันซึ่งน�าไปสู่รูปแบบที่
แตกต่างกันสองวิธี คือ รูปแบบแรก อาศัยสิทธิมนุษยชนประเภทที่มีการยอมรับและรับรองอยู่แล้ว ทั้งสิทธิเชิงเนื้อหาและสิทธิ บทที่
๓
เชิงกระบวนการ มาใช้ปรับกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นรายกรณีไป ข้อจ�ากัดของวิธีนี้ คือ ตราบใดที่ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้สร้าง
ผลเสียแก่มนุษย์โดยตรงแม้จะสร้างผลเสียมหาศาลต่อสิ่งแวดล้อม ก็ไม่สามารถน�าเอากลไกทางสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ได้ รูปแบบ
ที่สอง อาศัยการสร้างสิทธิมนุษยชนประเภทใหม่ขึ้นมาเรียกว่า สิทธิในสิ่งแวดล้อม (Right to Environment) หรือสิทธิใน
สิ่งแวดล้อมที่ดี (Right to Good/Healthy/Decent Environment) ข้อจ�ากัดของวิธีนี้ คือ สิทธิในสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นที่ถกเถียง
เนื่องจากประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศในภูมิภาคยุโรปและภูมิภาคอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการสถาปนาสิทธิในสิ่งแวดล้อมขึ้น
มาเป็นสิทธิมนุษยชนประเภทใหม่
การยอมรับสิทธิในสิ่งแวดล้อมระดับสากลและระดับภูมิภาค
การยอมรับสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้สิทธิมนุษยชนกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามหลักกฎหมายระหว่าง
ประเทศในระดับสากล สามารถแยกพิจารณาเป็น ๓ กรณี ดังนี้
(๑) จารีตประเพณีระหว่างประเทศ
สิทธิในสิ่งแวดล้อมยังไม่อาจพัฒนาไปสู่จารีตประเพณีระหว่างประเทศเนื่องจากแนวทางปฏิบัติของรัฐทั้งหลาย
ยังคงปฏิบัติไม่สอดคล้องเป็นแนวทางเดียวกัน
(๒) หลักกฎหมายทั่วไป
ยังไม่พบหลักกฎหมายทั่วไปในสิทธิมนุษยชน ดังนั้น ในปัจจุบันจึงไม่อาจวิเคราะห์หลักกฎหมายทั่วไปในกรณี
ของสิทธิในสิ่งแวดล้อมได้
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 55 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

