Page 66 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 66

รัฐธรรมนูญในอดีต                                  รัฐธรรมนูญในอนาคต
             • รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ บัญญัติเรื่องสิทธิเชิง • ควรบัญญัติเรื่องสิทธิเชิงกระบวนการส�าหรับกรณีสิ่งแวดล้อม
             กระบวนการทั้งสามแบบ ได้แก่ สิทธิในข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการมี เป็นการเฉพาะทั้งสามเรื่อง ได้แก่ สิทธิในข้อมูลสิ่งแวดล้อม สิทธิ
             ส่วนร่วม และสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ส�าหรับกรณี มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ
             ทั่วๆ ไป ซึ่งรวมถึงการน�ามาใช้กับกรณีสิ่งแวดล้อมด้วย ยกเว้น สอง สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
             กรณีที่บัญญัติไว้ส�าหรับเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นการเฉพาะ คือ สิทธิใน
             ข้อมูลข่าวสารและสิทธิมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกระบวนการ
             ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
             • สิทธิของชุมชนในการฟ้องหน่วยงานรัฐหากไม่ด�าเนินการในการ • ควรบัญญัติเรื่องหน้าที่ของประชาชนและหน้าที่ของรัฐในการ
             คุ้มครองสิทธิชุมชนตามที่รัฐธรรมนูญก�าหนด           ปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าที่ของรัฐ
                                                                ควรเขียนไว้ในลักษณะที่มีผลผูกพันที่มีบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติ
                                                                ตาม
             • บัญญัติเรื่องหน้าที่ของประชาชนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

             • บัญญัติเรื่องหน้าที่ของรัฐในการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยบัญญัติ
             ไว้ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ



                     บทบาทขององค์กรสิทธิมนุษยชนและศาล

                     องค์การระหว่างประเทศระดับภูมิภาคด้านสิทธิมนุษยชน เช่น ศาลสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาค หรือคณะกรรมการ
            สิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคต่าง ๆ นั้น ถือว่ามีอิทธิพลต่อการพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอยู่
            มาก พบว่าในหลายกรณีสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองขึ้นใหม่ก็เกิดขึ้นจากแนวทางปฏิบัติของรัฐในระดับภูมิภาคก่อน  ผลการดำ  เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙

            แล้วจึงได้รับการรับรองในระดับระหว่างประเทศตามมา  อย่างไรก็ตาม หากจะน�าบทบาทของศาลสิทธิมนุษยชนหรือคณะ
            กรรมการสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคมาปรับใช้กับศาลหรือ กสม. จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะอ�านาจ บริบท และ
            โครงสร้างในการบริหารจัดการมีความแตกต่างกัน ประเทศไทยไม่ได้จัดตั้งศาลสิทธิมนุษยชนขึ้นเป็นการเฉพาะ ดังนั้น การ
            ฟ้องร้องคดีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะต้องพิจารณาลักษณะของข้อพิพาทว่าตกอยู่ภายใต้เขตอ�านาจของศาลใด
            ศาลที่พิจารณาคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยจึงแตกต่างกันไปตามแต่การน�าเอากฎหมายที่ให้สิทธิ

            ในการฟ้องร้องคดีหรือกฎหมายที่ก�าหนดเขตอ�านาจศาลมาปรับใช้ในแต่ละกรณี ในเมื่อประเทศไทยไม่ได้มีศาลที่ตัดสินคดีหรือ  บทที่
                                                                                                                   ๓
            ข้อพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนไว้เป็นการเฉพาะ ในอนาคตอาจต้องพิจารณาว่า กสม. ควรจะได้รับอ�านาจหน้าที่
            ที่มากกว่าในปัจจุบันเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาด/ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเบื้องต้นได้จะเป็นการดีหรือไม่



                     หากพิจารณาความสัมพันธ์ต่อสิทธิมนุษยชนแล้ว อาจจ�าแนกสิทธิในสิ่งแวดล้อมออกเป็น ๔ ระดับ ดังนี้
                     (๑)  สิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ท�าลายสุขภาพ เป็นสิทธิในสิ่งแวดล้อมในความหมายแบบแคบ ไม่ใช่
            สิทธิในสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ เป็นการผสมผสานสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้ว เช่น สิทธิในชีวิต สิทธิในสุขภาพ เข้ามา
            ช่วยคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นสิทธิเชิงปัจเจกบุคคล (Individual Right) การอ้างสิทธิประเภทนี้ต่อรัฐ มักจะเป็นการอ้างสิทธิ

            ในเชิงปฏิเสธ (Negative Rights) โดยผู้ทรงสิทธิจะเรียกร้องได้ต่อเมื่อถูกกระทบสิทธิให้อาจเสียหายหรือมีการท�าให้เกิด
            ความเสียหายต่อตนเอง โดยเรียกร้องให้รัฐคุ้มครองจากการที่จะไม่ถูกกระท�าความเสียหายจากการได้มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อม
            ที่ไม่ท�าลายสุขภาพเกินปกติ

                     (๒)  สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อประชาชน เป็นสิทธิในเชิงบวก (Positive Right) รัฐจะต้องจัดให้มีสิ่งแวดล้อม
            ที่สะอาด ปราศจากมลพิษตามมาตรฐานที่สูงที่สุดเท่าที่รัฐจะสามารถท�าได้ โดยที่ประชาชนไม่จ�าเป็นต้องได้รับความเสียหาย
            จากการถูกกระทบสิทธิ เพียงแต่รัฐไม่จัดให้มีสิ่งแวดล้อมที่สะอาดตามมาตรฐานสูงที่สุดก็ถือว่าประชาชนถูกกระทบสิทธิแล้ว และ
            ประชาชนมีสิทธิเรียกให้รัฐคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมนี้ได้ ดังนั้น สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดตามแนวทางนี้จึงเป็นสิทธิเชิงกลุ่มหรือ
            สิทธิร่วมกันของประชาชน (Collective Right) อย่างไรก็ดี สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดอันเป็นสิทธิในเชิงบวกนี้ ยังคงได้รับการโต้แย้ง

            จากประเทศพัฒนาแล้วว่าสิทธิดังกล่าวนี้ไม่ใช่สิทธิมนุษยชน เพราะขาดองค์ประกอบความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชน


                    ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  57  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71