Page 55 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 55

๑) ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
        (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙

                 ๒) ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยผู้ช�านาญการประจ�าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
        เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙
                 ๓) ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการไกล่เกลี่ย พ.ศ. ๒๕๕๙
                 นอกจากนี้ ได้มีการจัดท�าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
        พ.ศ. ....  เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาในการจัดท�าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

        ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อไป


         ๓.๓.๒ การด�เนินคดีอาญา

                 ในปี ๒๕๕๙ บริษัท ทุ่งค�า จ�ากัด ได้เป็นโจทก์ฟ้องกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ ๒ เป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัด
        แม่ฮ่องสอน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ มูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้เกิด
        จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แถลง ๖ ปี ผลการด�าเนินงานของ กสม. ชุดที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
        โดยศาลชั้นต้นได้มีค�าพิพากษาให้ยกฟ้อง ต่อมา โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ให้ศาลรับค�าฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา
        และนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป โดยส�านักงาน กสม. ได้จัดท�าค�าแก้อุทธรณ์และเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นได้ประสาน

        ส�านักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอความอนุเคราะห์มอบหมายให้พนักงานอัยการด�าเนินการแก้ต่างคดีดังกล่าวแทนจ�าเลยจนกว่าคดี
        จะถึงที่สุด



                 ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙ ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้พิพากษาว่า ข้อความที่จ�าเลยแถลงและเผยแพร่
        ถึงผลการด�าเนินงานของจ�าเลยในฐานะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในกรณีมีปัญหาข้อโต้แย้งกันระหว่างชาวบ้าน
        กับโจทก์ ซึ่งได้ประทานบัตรท�าเหมืองแร่ทองค�าจนเหตุการณ์บานปลายไปสู่การใช้ก�าลังท�าร้ายชาวบ้าน อันเป็นการแถลงและเผยแพร่
        ผลการด�าเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการแถลงและเผยแพร่ไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มิได้มีข้อความใดบ่งชี้
        หรือท�าให้บุคคลทั่วไปเข้าใจไปได้ว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องในการท�าร้ายชาวบ้านนั้นด้วย ดังนั้น ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะเป็นการ

        ใส่ความโจทก์โดยประการที่น่าจะท�าให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันจะเข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่น
        ประมาทตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องก่อนนั้นจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
        คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์ไม่มีฎีกา


         ๓.๔  งานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน



                 กสม. ได้ให้ความส�าคัญในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนโดยก�าหนดเป็นเป้าประสงค์หนึ่ง
        ของทิศทางการด�าเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ กสม. พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๙ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึง และได้รับ

        การส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิ และเน้นกระบวนการด�าเนินงานเชิงรุกด้านการป้องกัน เพื่อน�าไปสู่การลดปัญหาการ
        ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยในปี ๒๕๕๙ กสม. ได้ด�าเนินการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ความรู้ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ
        และจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งองค์กรภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรเครือข่าย

        และองค์กรชุมชน โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้


         ๓.๔.๑ การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจำ และสร้างความตระหนักในการเคารพสิทธิมนุษยชน
                 ๑) การจัดโครงการเสริมสร้างความรู้สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม ในพื้นที่ต�ารวจภูธร ภาค ๑ เมื่อวันที่ ๑๐
        สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรมวรบุรี อโยธยาคอนเวชั่น รีสอร์ท อ�าเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้เข้าร่วม

        โครงการจ�านวน ๑๗๗ คน และในพื้นที่ต�ารวจภูธร ภาค ๓ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๙ ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ โฮเทล


                ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  46  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60