Page 536 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 536

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





               จัดหางาน เป็นต้น  หรือในกรณีข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็น  ผู้ให้ข้อมูลเห็นว่า “การที่ใบสมัครงานก�าหนดให้ต้อง
               ระบุ ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ จะส่งผลให้เกิดการคัดเลือกโดยมีอคติเกี่ยวกับศาสนา เชื้อชาติ แทนที่จะค�านึงถึงความ
               สามารถที่เกี่ยวกับงานนั้น” กรณีนี้กฎหมายไทยมิได้ก�าหนดห้ามการถามข้อมูลอันเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ

               ในขั้นตอนการรับสมัครหรือการคัดเลือกพนักงาน ซึ่งแตกต่างกับกฎหมายบางประเทศที่ก�าหนดควบคุมการเลือกปฏิบัติ
               ในขั้นตอนนี้ จะเห็นได้ว่า กรณีเหล่านี้ยังไม่มีกฎหมายครอบคลุมถึง



                              • เท็จจริงจากผู้ให้สัมภาษณ์ สนทนากลุ่ม เช่น มัคคุเทศก์ชาวไทย ผู้ให้ข้อมูลเห็นว่า “รู้สึกไม่ดีต่อ
               มัคคุเทศก์ชาวจีนที่มาแย่งงาน  หรือผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยเห็นว่าชาวเวียดนามเข้ามาแย่งอาชีพขายสินค้า กรณี

               ทัศนคติเหล่านี้น�าไปสู่การกล่าววาจาอันเป็นการคุกคาม (Harassment) ด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติได้  แต่ทั้งนี้ยังไม่มีกฎหมาย
               เฉพาะส�าหรับพฤติกรรมดังกล่าว



                               • การคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) ในกรณีที่เกี่ยวกับการจ้างแรงงาน โดยเฉพาะการคุกคาม
               ระหว่างลูกจ้างด้วยกัน และการคุกคามในลักษณะการสร้างบรรยากาศในที่ท�างาน (Hostile Working Environment)

               ยังไม่มีกฎหมายครอบคลุมเป็นการเฉพาะ


                               • การคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) ในกรณีที่ไม่เกี่ยวกับมิติการจ้างแรงงาน เช่น ในมิติ

               การศึกษา ดังจะเห็นได้จากกรณีตามค�าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีการอ้างว่าถูกคุกคามทางเพศ
               ในโรงเรียน เป็นต้น  ยังไม่มีกฎหมายครอบคลุมเป็นการเฉพาะ



                              • การคุกคาม (Harassment) ในบริบทอื่นนอกจากการจ้างแรงงาน และในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเหตุ
               อื่นนอกจากการคุกคามทางเพศ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ความพิการ ฯลฯ ยังไม่มีกฎหมายครอบคลุมเป็นการเฉพาะ เช่น
               ค�าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ผู้ร้องอ้างว่า “ครูประจ�าชั้นที่โรงเรียนฯ กล่าวหาว่า นางสาวเอ เป็นโรค

               ขาดผู้ชายไม่ได้ ต้องน�าไปบ�าบัด มีฮอร์โมนผิดปกติเพราะเป็นผู้พิการ” (ค�าร้องที่ ๔๗๖/๒๕๕๖) เป็นต้น หรือจากกรณี
               การสัมภาษณ์ที่ผู้ให้ข้อมูลถูกล้อเลียนเกี่ยวกับสภาพร่างกายจากเพื่อนร่วมงาน  โดยการล้อเลียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการ

               ใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร  เปรียบเทียบร่างกาย (รูปร่างอ้วน) กับสัตว์ชนิดต่าง ๆ ส่งตัวการ์ตูนสติกเกอร์รูปสัตว์อ้วน
               รูปแบบต่าง ๆ มาล้อเลียนในสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการท�างาน กรณีเช่นนี้มีลักษณะเป็นการคุกคาม (Harassment)
               แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุทางเพศ และไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติที่จะครอบคลุมถึง



                              • เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางกรณียังอาจไม่ครอบคลุมดังที่ได้สรุปไว้แล้วในหัวข้อ ๕.๑.๒.๑ เช่น

               “ความคิดเห็นอื่นใด” ที่กว้างกว่าความคิดเห็นทางการเมือง และ “ความเชื่อ” ที่กว้างและไม่ผูกพันกับ “ศาสนา” หรือ
               ในบางเหตุยังต้องมีการตีความ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ส�าหรับเหตุ “การตั้งครรภ์” อาจจัดอยู่ในเหตุแห่ง “เพศ” ได้ แต่
               ยังมีปัญหาในแง่กฎหมายที่เกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติในมิตินี้ โดยอาจมีกฎหมายบางฉบับที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมาย

               คุ้มครองแรงงาน แต่ยังไม่ครอบคลุมมิติอื่น เช่น การให้บริการต่าง ๆ ของภาคเอกชน นอกจากนี้ กรณี “ตาบอดสี” ก็ยัง
               ไม่มีความชัดเจนว่าจะจัดอยู่ในเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติชนิดใดหรือไม่ เช่นเดียวกับ “การให้นมบุตรจากอกแม่” ซึ่งบาง
               ประเทศก�าหนดไว้เป็นเหตุโดยเฉพาะนั้น ตามกฎหมายไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าจะครอบคลุมถึงหรือไม่ เป็นต้น






                                                               535
   531   532   533   534   535   536   537   538   539   540   541