Page 17 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 17
P a ge | 5
พัฒนาสิ่งแวดลอมเขาเปนสวนหนึ่งของแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และมีการกลาวถึงสิทธิของชนรุนหลังใน
สิ่งแวดลอมไวดวย ทั้งนี้ สิทธิเชิงเนื้อหาตามที่ปรากฏในอนุสัญญาวาดวยสิ่งแวดลอมนั้น สวนใหญจะปรากฏใน
ลักษณะถูกอางอิงเปนหลักการพื้นฐานมากกวาที่จะกําหนดใหเปนพันธกรณีของรัฐภาคีโดยตรง
ดวยพัฒนาการของกฎหมายสิ่งแวดลอมระหวางประเทศขางตน ทําใหเกิดสิทธิที่เกี่ยวกับสิ่งแวดลอม
มากมาย ทั้งสิทธิเชิงเนื้อหา และสิทธิเชิงกระบวนการอันเปนพาหนะขับเคลื่อนเพื่อนําไปสูสิทธิเชิงเนื้อหา
นอกจากนี้ นักวิชาการดานสิ่งแวดลอมยังนิยมนําการคุมครองสิทธิในมิติของสิทธิมนุษยชนมาใชเอื้อประโยชน
ตอการคุมครองสิทธิที่เกี่ยวกับสิ่งแวดลอมดวย ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวดานสิ่งแวดลอมก็นิยมนํา
ประเด็นสิทธิมนุษยชนมาใชอางอิงเพื่อชูประเด็นการปกปองสิ่งแวดลอมดวย
1.1.4 การคุมครองสิ่งแวดลอม: กรณีประเทศไทย
สําหรับกรณีปญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในชวงแรก พบวามีขอรองเรียนจากชาวบานเกี่ยวกับการ
เขาถึงทรัพยากรธรรมชาติประเภทตางๆ ทั้งในกรณีที่รัฐไมจัดโครงสรางแหงสิทธิและการกระจายอํานาจ กรณี
ที่รัฐเปนผูสนับสนุนกลุมทุนใหใชสิทธิจนมีผลกระทบตอชุมชน ตลอดจนกรณีที่รัฐเปนคูขัดแยงกับชุมชนเองใน
การใชดุลยพินิจและการใชกฎหมาย ขอเรียกรองที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องนําไปสูขอสรุปวาตองมีการ
เปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่องสิทธิของชุมชนกับฐานทรัพยากรธรรมชาติ
ตอมา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2550 ไดบัญญัติถึง “สิทธิชุมชน” ในฐานะ “สิทธิเชิงกลุม (Collective Rights) ไวอยางชัดเจนใน
ระดับหลักการ โดยเปนการใหสิทธิแกชุมชนในการมีสวนรวมกับรัฐในการจัดการ บํารุงรักษา และใชประโยชน
จากทรัพยากรธรรมชาติอยางสมดุลและยั่งยืน แตรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับยังไมไดบัญญัติเรื่อง “สิทธิใน
สิ่งแวดลอม (Right to Environment)” ในฐานะ “สิทธิเชิงปจเจก (Individual Rights)” แตอยางใด แมวาจะ
มีความพยายามในการตีความไปในลักษณะดังกลาว
อยางไรก็ดี การสนับสนุนใหประชาชนสามารถดํารงชีวิตอยูในสิ่งแวดลอมที่ดีก็ยังไดรับการบรรจุอยูใน
บทบัญญัติของกฎหมายอยู แตอยูในฐานะที่เปนเปาประสงคหรือเงื่อนไขของสิทธิตัวอื่น กรณี เปนเปาหมาย
ของสิทธิ ไดแก สิทธิของบุคคลในการมีสวนรวมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ บํารุงรักษาและการได
ประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุมครอง สงเสริม และรักษา
คุณภาพสิ่งแวดลอม ตามมาตรา 67 วรรคแรก ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งมี
ใจความวา
“สิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ บํารุงรักษาและการไดประโยชนจาก
ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และใน การคุมครอง สงเสริม และรักษาคุณภาพ
สิ่งแวดลอม เพื่อใหดํารงชีพอยูไดอยางปกติและตอเนื่องในสิ่งแวดลอมที่จะไมกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพ
อนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ยอมไดรับความคุมครองตามความเหมาะสม”

