Page 13 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 13

บทที่ 1

                                                          บทนํา




               1.1 หลักการและเหตุผล


                 1.1.1 การคุมครองสิทธิมนุษยชนโดยทั่วไป

                       เปนที่ยอมรับกันโดยทั่วไปวา สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน (Fundamental Norms of Human Rights)

               ของมนุษยทุกคนยอมไดรับความคุมครอง โดยไมแบงแยกเพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สีผิว หรือความ
               แตกตางอยางใดๆ และถือเปนสิ่งที่ผูกพันรัฐทุกรัฐในโลกตองใหความคุมครองสิทธิเหลานี้แกทุกคนเปนการ

               ทั่วไป (Erga Omnes) ตามที่ไดรับการยืนยันโดยนักกฎหมายระหวางประเทศทั้งหลายและศาลยุติธรรม

               ระหวางประเทศในหลายคดี  กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหวางประเทศ (International Human Rights Law)
               ไดรับการพัฒนามาเปนลําดับ ทั้งจากจารีตประเพณีระหวางประเทศ (Customary International Law) และ

               สนธิสัญญาระหวางประเทศดานสิทธิมนุษยชนที่เริ่มตั้งแตมีการรับรองปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชนใน

               ค.ศ. 1948 และสนธิสัญญาดานสิทธิมนุษยชนที่สําคัญ 2 เรื่อง คือ สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และ
               สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม  นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาตราสารในระดับภูมิภาค ซึ่งภูมิภาคนั้นๆ

               ไดใหความสําคัญกับสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เปนการเฉพาะ และมีกลไกในการคุมครองสิทธิเรื่องดังกลาว  ตลอดจน
               มีการพัฒนาตราสารอื่นๆ เชน ปฏิญญา แนวปฏิบัติ หรือหลักการตางๆ ในระดับระหวางประเทศที่จะชวย

               พัฒนาความชัดเจนในการคุมครองสิทธิมนุษยชนประเภทตางๆ เหลานี้ ลวนเปนที่มาของกฎหมายสิทธิ

               มนุษยชนระหวางประเทศในปจจุบัน

                       รัฐทุกรัฐจึงมีความรับผิดชอบที่จะตองใหความคุมครองสิทธิมนุษยชน ทั้งในมิติที่เปนจารีตประเพณี

               ไมวาจะยึดทฤษฎีการยอมรับนับถือกฎหมายระหวางประเทศแบบเอกนิยม (Monism) หรือทวินิยม (Dualism)
               และในมิติที่เปนพันธกรณีเฉพาะที่รัฐรับเขามาเมื่อเปนภาคีสนธิสัญญาเฉพาะดานสิทธิมนุษยชน หากรัฐใดไมให

               ความคุมครองสิทธิมนุษยชนไมวากรณีใด ก็ยอมตองถือวาเปนการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหวาง
               ประเทศดวย


                       โดยที่สถานการณที่เปลี่ยนแปลงของโลกไดมีผลกระทบตอสิทธิมนุษยชน พัฒนาการในการคุมครอง
               สิทธิมนุษยชนดานตางๆ จึงมีเพิ่มขึ้นมาเปนลําดับ ซึ่งรัฐแตละรัฐ หรือภูมิภาคตางๆ ไดรับรองกฎหมาย

               ภายในประเทศ และตราสารระหวางประเทศในระดับภูมิภาคเพื่อคุมครองสิทธิมนุษยชนตางๆ ที่ไดให

               ความสําคัญ รวมถึงการสรางกลไกในการคุมครองดวย จนอาจกลาวไดวา ไดมีการพัฒนาจนเปนแนวปฏิบัติของ
               รัฐทั้งหลาย (States Practice) และเกิดการยอมรับและรูสึกวาสิทธิตางๆ เหลานั้นควรตองไดรับการคุมครอง

               ดังเชนสิทธิมนุษยชน (Opinio Juris)  อันถือเปนองคประกอบที่สําคัญที่นําไปสูกฎหมายของจารีตประเพณี

               ระหวางประเทศที่ผูกพันรัฐทุกรัฐตอไปได
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18