Page 47 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 47
ขั้นตอนที่ ๓ : โดยการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (โฉนดที่ดิน) ให้เกษตรกรหลังจากช�าระค่าเช่าซื้อครบ
ตามก�าหนด (เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ แต่เป็นกรรมสิทธิ์ที่มีเงื่อนไขก�าหนดตามมาตรา ๓๙)
ที่ดินเอกชน : ส.ป.ก. จัดซื้อหรือได้รับบริจาค จะจัดให้เกษตรกรเช่า หรือ เช่าซื้อ เมื่อช�าระค่าเช่าซื้อ
เสร็จสิ้น ส.ป.ก. โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (โฉนดที่ดิน) ให้เกษตรกรตามล�าดับ ส่วนที่ดินพระราชทานจะให้
เกษตรกรเช่าเพียงอย่างเดียว
โฉนดที่ดินที่เกษตรกรได้รับจากการปฏิรูปที่ดินฯ จะตกอยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๓๙ คือ จะท�าการ
แบ่งแยกหรือโอนสิทธิ์ในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่ตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไป
ยังสถาบันเกษตรกร หรือ ส.ป.ก.
ดังนั้น สิทธิในที่ดินของเกษตรกรที่ได้รับจากการปฏิรูปที่ดินมี ๓ อย่าง คือ หนังสืออนุญาตให้เข้าท�า
ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. ๔-๐๑) สัญญาเช่า หรือเช่าซื้อ และ โฉนดที่ดิน (กรรมสิทธิ์มีเงื่อนไข)
ตามล�าดับ
ผู้มีสิทธิได้รับก�รจัดที่ดิน
ผู้ที่มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน จะต้องเป็นเกษตรกรตามความหมายที่ก�าหนดไว้ในมาตรา ๔ แห่ง
พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๑๘ (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๓๒ ดังนี้
๑. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
๒. ผู้ประสงค์จะเป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินท�ากินเป็นของตนเอง ๓ ประเภท คือ
๒.๑ บุคคลผู้ยากจน
๒.๒ ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม
๒.๓ ผู้เป็นบุตรของเกษตรกร
ได้มีพระราชกฤษฎีกาก�าหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ.๒๕๓๕ โดยก�าหนด
ไว้ในมาตรา ๓ ดังนี้
มาตรา ๓ บุคคลซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเกษตรกร
(๑) ผู้ยากจน ซึ่งหมายถึง ผู้มีรายได้ไม่สูงกว่าอัตรารายได้ที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรมก�าหนด รายได้ตาม (๑) ให้หมายความรวมถึงสิทธิหรือประโยชน์อื่นที่สามารถค�านวณ
เป็นตัวเงินได้ด้วย
(๒) ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม ซึ่งหมายถึงผู้ที่จบการศึกษาไม่ต�่ากว่าระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่าในประเภทวิชาเกษตรกรรม
๔๖ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

