Page 24 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 24

ของรัฐใช้ประโยชน์ จะเห็นได้ว่าการจ�าแนกที่ดินเพื่อสงวนหวงห้ามและการใช้ประโยชน์ได้ด�าเนินการ

                 มาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๓ โดยที่ในขณะนั้นประชากรของประเทศมีเพียง ๒๖.๒ ล้านคน และการใช้ประโยชน์
                 ในที่ดินยังไม่มีความหลากหลายมากนัก แต่ในปัจจุบันประชากรของประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า ๖๕ ล้านคน

                 มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อประกอบกิจการอันหลากหลาย มีวิทยาการในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน

                 มากขึ้นแต่การจ�าแนกความเหมาะสมในการใช้ที่ดินยังไม่มีการจัดท�ากันใหม่แต่อย่างใด ส่งผลให้การก�าหนด

                 แนวเขตที่ดินที่สงวนหวงห้ามของรัฐไว้ตามการจ�าแนก และประกาศใช้เป็นกฎหมาย มีประชาชนเข้าไปใช้
                 ประโยชน์ทั้งก่อนและหลังประกาศเป็นกฎหมาย กระทบถึงสิทธิในที่ดินของประชาชนเป็นจ�านวนมาก

                       ดังนั้น จึงมีความจ�าเป็นอย่างยิ่งในการให้สิทธิชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อคุ้มครอง

                 สิทธิมนุษยชนกรณีปัญหาแนวเขตที่ดิน เพื่อน�าไปสู่การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนให้ได้ข้อยุติและ

                 ผลักดันให้สิทธิชุมชน สิทธิบุคคล และสิทธิองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมกับรัฐในการจัดการ

                 ทรัพยากรธรรมชาติเป็นจริงในเชิงปฏิบัติ

                       จากสภาพปัญหาและความจ�าเป็นตามที่กล่าวมา จึงได้ก�าหนดกรอบแนวคิดไว้ว่า การก�าหนด

                 แนวเขตที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐที่ได้ด�าเนินการมาแล้ว และก�าลังด�าเนินการ หรือจะด�าเนินการ
                 ต่อไป หน่วยงานของรัฐที่ด�าเนินการก�าหนดแนวเขต ได้ตรวจสอบพื้นที่ที่ก�าหนดนั้นอย่างละเอียดครบถ้วน

                 อย่างไร ในพื้นที่ตามที่กล่าวมีประชาชนอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ในที่ดินอยู่หรือไม่ และในระหว่างด�าเนินการ

                 ประกาศเป็นกฎหมายมีแนวทางให้รวดเร็วได้อย่างไร โดยค�านึงถึงประชากรของประเทศที่เพิ่มขึ้น มีความ

                 จ�าเป็นในการใช้ที่ดินเพื่อท�าประโยชน์ และในการก�าหนดแนวเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐนั้นๆ สามารถ
                 ก�าหนดให้ประชาชนแห่งท้องถิ่นนั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน การด�าเนินงาน และการดูแลรักษาไว้

                 ให้มีความยั่งยืนมิให้เกิดข้อพิพาทขัดแย้งกัน มีความชัดเจนของแนวเขตที่ก�าหนด โดยประชาชนในท้องถิ่น

                 รับรู้และตกลงร่วมกัน ทั้งให้มีแนวทางแก้ไขข้อพิพาทของผู้ที่ได้รับผลกระทบ สิทธิในที่ดินจากการ

                 ก�าหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ทั้งนี้ ความเห็นและสิทธิของประชาชนย่อมมีความส�าคัญในการ
                 จะให้มีพื้นที่สงวนหวงห้ามนั้นไว้เพียงใดหรือจะคุ้มครองรักษาไว้ใช้ร่วมกันอย่างไร เพราะประชาชนทุกคน

                 เป็นเจ้าของประเทศ และเป็นเจ้าของทรัพยากรทุกชนิดในประเทศนี้ จะร่วมกันบริหารจัดการอย่างไร

                 ให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ การใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีความเป็นธรรมอย่างที่สุด



                       ๑.๕    ขอบเขตก�รศึกษ�




                       (  ๑)    ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดิน ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของหน่วยงานหลักในการ
                 บริหารจัดการที่ดินโดยตรง และขอบเขตก�าหนดโดยแผนที่แนบท้ายหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมที่ดิน

                 ส�านักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

                 กรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รวมทั้งศึกษาปัญหาอุปสรรคและ

                 แนวทางแก้ไขของหน่วยงานเหล่านั้น



                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  ๒๓
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29