Page 152 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 152
(3) ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา ทั้งในระดับ
พื้นที่และระดับนโยบายหรือกฎหมาย
การประชุมเพื่อรับฟังความเห็นในพื้นที่อำาเภอวังนำ้าเขียว จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน
พ.ศ.๒๕๕๗ จำานวน ๕๐ ราย ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองท้องถิ่น ทั้งผู้ใหญ่บ้าน กำานัน
นายกองค์การบริหารส่วนตำาบลจาก ๔ ตำาบล นายอำาเภอวังนำ้าเขียว ผู้แทนสำานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์
ที่ ๗ นครราชสีมา ผู้แทนสำานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๘ นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่จากสำานักงาน
การปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมาผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความเห็นในปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกำาหนด
แนวเขตที่ดินของรัฐ ทั้งในส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ การจำาแนกโซนเขตอนุรักษ์
(โซน C) และเขตปฏิรูปที่ดิน ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ อันเป็นผลมาจากการส่งเสริมของ
ภาครัฐ
การเปลี่ยนแปลงในอำาเภอวังนำ้าเขียวจากการประกอบเกษตรกรรมมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ โดยเฉพาะการวิจัยและส่งเสริมจากสำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ประกอบกับความล้มเหลวของเกษตรกรซึ่งประสบกับปัญหาด้านหนี้สินจากการปลูกพืชไร่ เช่น
มันสำาปะหลังและข้าวโพดเป็นปัจจัยสำาคัญที่ทำาให้เกิดการเปลี่ยนสิทธิการถือครองในที่ดินในพื้นที่อำาเภอ
วังนำ้าเขียว ปัจจุบันการใช้ประโยชน์ในที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จำาเป็นที่หน่วยงานรัฐจะต้อง
นำาข้อเท็จจริงมาพิจารณาในการจัดจำาแนกโซนแนวเขตที่ดินของรัฐใหม่ รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็น
ข้อจำากัดในการจัดการที่ดิน เช่น การใช้ที่ดินในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน
มีปัญหาบางตำาบลพื้นที่คาบเกี่ยวสองป่า สองจังหวัด เช่น ตำาบลไทยสามัคคี ซึ่งมีที่ตั้งที่อยู่
อาศัยอยู่ในเขตป่าวังนำ้าเขียว จังหวัดนครราชสีมา และป่าไม้ได้ส่งมอบให้สำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ
เกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นำามาปฏิรูปที่ดินแต่พื้นที่ทำากินอยู่ในเขตป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี
ซึ่งไม่มีการส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก. ทำาให้ประชาชนตำาบลไทยสามัคคีไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินจาก ส.ป.ก. และ
ยังมีปัญหาในเขตป่าวังนำ้าเขียวทับซ้อนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ทำาให้ประชาชนถูกจับกุมดำาเนินคดี
ในเขตป่าเขาภูหลวง ที่มีการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติเพื่อนำามาปฏิรูปที่ดิน แต่ปรากฏ
ว่าพื้นที่ดังกล่าว ทับซ้อนกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และพื้นที่โซน C ทำาให้ไม่สามารถให้สิทธิจาก
การปฏิรูปที่ดินได้ และต้องเพิกถอนสิทธิในบางแปลง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเหล่านี้เป็นปัญหาที่มี
ความซับซ้อนที่รัฐจะต้องคำานึงถึงและนำามาพิจารณาในการแก้ไขปัญหาต่อไป
นอกจากปัญหาทับซ้อนในเรื่องแนวเขตแล้ว ยังมีเงื่อนไขด้านประชากรที่เพิ่มขึ้นที่รัฐต้อง
ปรับแนวคิดในการแก้กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ผู้เข้าร่วมประชุมจากอำาเภอวังนำ้าเขียวเห็นว่า เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนมีความ
สำาคัญที่สุด โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่อนำาไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ 151

