Page 22 - การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนดปรับปรุงตำแหน่งของบุคลากรทางสาธารณสุขที่ไม่เท่าเทียมกัน
P. 22

๕.  คว�มเห็นคณะอนุกรรมก�รตรวจสอบก�รละเมิดสิทธิมนุษยชนด้�นกฎหม�ย
                          และก�รปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม


                          ๕.๑ ความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ
                              รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ วรรคสาม  บัญญัติว่า

                    “การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำาเนิด เชื้อชาติ ภาษา
                    เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม

                    ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่ง
                    รัฐธรรมนูญ จะกระทำามิได้”  ซึ่งสอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ ๒ (๑)  ข้อ ๗  และ

                    กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ ๒๖ รวมทั้งกติการะหว่างประเทศ
                    ว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ข้อ ๗  ที่วางหลักไว้ว่ารัฐภาคีแห่งกติกานี้รับรองสิทธิ

                    ของทุกคนที่จะมีสภาพการทำางานที่ยุติธรรมและน่าพึงพอใจ ซึ่งประกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องโอกาส
                    เท่าเทียมกันสำาหรับทุกคนที่จะได้รับการส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในการทำางานของตนในระดับที่สูงขึ้น

                    ตามที่เหมาะสม โดยไม่ขึ้นอยู่กับข้อพิจารณาใด นอกจากอาวุโสและความสามารถ
                              ในการบริหารประเทศ รัฐบาลต้องบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามแนวนโยบายพื้นฐาน

                    แห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๕  ซึ่งมีบัญญัติไว้ในส่วนที่ ๔
                    ว่าด้วยแนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม มาตรา ๘๐ (๒) ว่า

                    รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันนำาไปสู่สุขภาวะที่
                    ยั่งยืนของประชาชน  รวมทั้งจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่าง

                    ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ  และส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการ
                    จัดบริการสาธารณสุข ซึ่งการดำาเนินนโยบายในส่วนนี้  รัฐบาลต้องอาศัยบุคลากรที่ทำาหน้าที่ให้บริการ

                    สาธารณสุขเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของรัฐบรรลุเป้าหมายตามนโยบาย บุคลากรดังกล่าวประกอบด้วย
                    ผู้ที่ดำารงตำาแหน่งหลากหลายสถานะตามสาขาวิชาชีพต่างๆ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร

                    พยาบาลวิชาชีพ นักรังสีการแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักกายภาพบำาบัด
                    นักกิจกรรมบำาบัด นักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย นักจิตวิทยา นักจิตวิทยาคลินิก และนักวิชาการ

                    สาธารณสุข  ในการนี้ รัฐบาลควรจะมีกรอบแนวทางการเข้าสู่ตำาแหน่งและการเลื่อนตำาแหน่งให้สูงขึ้น
                    ของบุคลากรที่ทำาหน้าที่ให้บริการสาธารณสุข  ในแต่ละสถานะวิชาชีพให้เป็นไปด้วยความเป็นธรรม

                    เพื่อให้ทุกคนมีความมั่นใจในความก้าวหน้าและมีขวัญกำาลังใจในการทำางาน
                              คณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านกฎหมายและการปฏิบัติที่

                    ไม่เป็นธรรม ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนนี้โดยตลอด
                    แล้วเห็นว่า  การที่สำานักงาน ก.พ. ได้อนุมัติในหลักการโดยให้ปรับปรุงการกำาหนดตำาแหน่งต่างๆ ใน

                    โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน  โดยมีหลักการว่า การกำาหนดตำาแหน่ง
                    ที่มีผลทำาให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคคลของส่วนราชการเพิ่มขึ้น ให้ส่วนราชการนำาตำาแหน่งว่างที่มีเงินมา

                    ยุบเลิก โดยคำานวณจากค่าตอบแทนเฉลี่ยของตำาแหน่งที่นำามายุบจะต้องครอบคลุมค่าตอบแทนเฉลี่ย



                                                                                                         21

                                   การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีสำานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำาหนดปรับปรุงตำาแหน่งของบุคลากรทางสาธารณสุขที่ไม่เท่าเทียมกัน
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27