Page 407 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 407
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
4. โครงการสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
4.1 โครงการสํานักงานปฏิรูปที่ดินขออนุญาตเขาใชประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติ
ตามมาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507
หลังจากมีการประกาศใชพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 รัฐบาล
ไดมอบนโยบายใหกระทรวงเกษตรและสหกรณ ชวยเหลือราษฎรที่บุกรุกที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติ ซึ่งรัฐมนตรี
วาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดอนุมัติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 และวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2520
โดยใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประสานงานกรมปาไม เพื่อขออนุญาตดําเนินการปฏิรูปที่ดิน
ในพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ และปาที่คณะรัฐมนตรีมีมติใหรักษาไวเปนสมบัติของชาติที่เสื่อมโทรม ในปงบประมาณ
2520 – 2521 ในทองที่ จังหวัดเชียงใหม จังหวัดเชียงราย จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดพิจิตร
จังหวัดนครสวรรค จังหวัดเพชรบูรณ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
จังหวัดราชบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดขอนแกน จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย
จังหวัดสุรินทร และจังหวัดศรีสะเกษ รวม 29 ปา เนื้อที่ 2,537,142.25 ไร ซึ่งเปนพื้นที่ปาสงวนแหงชาติรุนแรก
ที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไดยื่นคําขออนุญาตใชประโยชน ตามมาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติ
ปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 (สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรียกในปจจุบันวา “ปาเกา”) และอยูใน
พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอําเภอ
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 กรมปาไมเห็นชอบใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ดําเนินการปฏิรูปที่ดินในปาสงวนแหงชาติเสื่อมโทรมในทองที่จังหวัดเชียงใหม จังหวัดเชียงราย จังหวัดสุโขทัย
จังหวัดเพชรบูรณ จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดขอนแกน และจังหวัดนครราชสีมา
จํานวน 10 ปา เนื้อที่ 836,000 ไร แตเนื่องจากบางปามีสภาพเสื่อมโทรมบางสวน และบางปาก็มีสภาพเสื่อมโทรม
เกือบทั้งผืน กรมปาไมจึงเห็นควรกําหนดเกณฑในการดําเนินปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ดังกลาว ดังนี้
ปาที่มีสภาพเสื่อมโทรมบางสวน กรมปาไมจะดําเนินการรังวัดกันเขตใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรมรับไปดําเนินการปฏิรูปเฉพาะสวนที่เปนปาเสื่อมโทรม และพิจารณาเห็นวาจะใชเปนพื้นที่
เกษตรกรรมและที่อยูอาศัย สวนบริเวณตนนํ้าลําธาร เห็นควรกันไวเปนปาเพื่อการอนุรักษดินและนํ้า โดยการ
ปรับปรุงสภาพปาหรือปลูกทดแทน
ปาที่มีสภาพเสื่อมโทรมทั้งผืนหรือเกือบทั้งผืน ซึ่งอาจมีปาเหลืออยูเปนหยอมเล็ก หยอมนอย
ไมติดตอกันเปนผืนเดียว ถาจะนํามาจัดเปนพื้นที่เกษตรกรรมเสียทั้งหมด ก็นาจะไมเปนผลดีในการอนุรักษดิน
นํ้า และธรรมชาติ และจะเกิดความขาดแคลนไมสําหรับใหราษฎรใชสอยในอนาคต สมควรเปนพื้นที่ตนนํ้าลําธาร
ที่เปนภูเขาสูงชัน และกันพื้นที่ไวเพื่อสําหรับปรับปรุงสภาพปาหรือปลูกทดแทนอีกไมนอยกวารอยละ 20 ของพื้นที่
386 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

