Page 408 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 408

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


               ปาทั้งหมด ทํานองเดียวกับขอตกลงระหวางกระทรวงเกษตรและสหกรณกับกระทรวงมหาดไทย  ในเรื่องการจัดตั้ง
               นิคมสรางตนเอง หรือการจัดสรรที่ดินผืนใหญ ซึ่งตองกันพื้นที่ไวเปนปาไมนอยกวารอยละ 20

                            สําหรับปาที่จะมอบใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรับไปดําเนินการนั้น เปนปาสงวน

               แหงชาติ เขาลักษณะเปนที่ดินของรัฐตามความในมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

               พ.ศ. 2518  กรมปาไมจึงเห็นวา การนําที่ปาสงวนแหงชาติไปดําเนินการปฏิรูปที่ดินได  ตองอาศัยอํานาจตามความ
               มาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 โดยรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ

               เปนผูอนุมัติใหบุคคลเขาอยูอาศัยหรือทําประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติ  และเมื่อรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร

               และสหกรณไดอนุมัติแลว กรมปาไมจะดําเนินการสํารวจรังวัด หมายแนวเขต ทําแผนที่ และคํานวณเนื้อที่ที่แนนอน

               แลวจึงออกหนังสืออนุญาตใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได ซึ่งการอนุญาตตามมาตรา 16
               แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จะตองชําระ

               คาธรรมเนียมตามอัตราที่กําหนดดวย

                            ตอมา สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไดยื่นคําขออนุญาตเขาใชประโยชนในเขตปาสงวน

               แหงชาติ ตามมาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 จํานวน 6 ปา ไดแก  (1) ปาดงชุมพวง
               จังหวัดนครราชสีมา (2) ปาแมแตง จังหวัดเชียงใหม (3) ปาเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม (4) ปาทาฤทธิ์ ปาลําทองหลาง

               และปาลําพญากลาง จังหวัดสระบุรี (5) ปาชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี (6) ปาแควระบม และปาสียัด จังหวัด

               ฉะเชิงเทรา และไดนําเรื่องคาธรรมเนียมในการอนุญาตเขาทําประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติ จํานวน 6 ปา

               คิดเปนเนื้อที่ 739,160.35 ไร ซึ่งสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตองชําระคาธรรมเนียมในการ
               ขออนุญาตในอัตราไรละ 50 บาท  คํานวณเปนเงินทั้งหมด 36,958,017.50 บาท เสนอใหคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน

               เพื่อเกษตรกรรมพิจารณาในการประชุม ครั้งที่ 8/2520 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 เพื่อขอใชเงินกองทุน

               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการชําระคาธรรมเนียมดังกลาว แตคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

               มีมติวา เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอยูอยางจํากัด ถาจะตองรับภาระนี้ดวย เงินกองทุน
               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอาจไมเพียงพอที่จะนํามาดําเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่อีกมากตามโครงการได

               จึงเห็นควรมอบใหกระทรวงเกษตรและสหกรณ โดยกรมปาไมพิจารณานําเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

               ใหเพิกถอนปาสงวนแหงชาติจํานวน 6 ปา ตามที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเสนอ เพื่อให

               สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนําไปดําเนินการปฏิรูปที่ดินตอไป โดยไมตองชําระคาธรรมเนียมใด ๆ
               ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 481 (พ.ศ. 2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507

                            เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2520  รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดเสนอขอใหคณะรัฐมนตรี

               อนุมัติเรื่องการดําเนินการปฏิรูปที่ดินในเขตปาสงวนแหงชาติที่เสื่อมสภาพแลว (รวม 6 ปา) ซึ่งคณะรัฐมนตรี







                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  387
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   403   404   405   406   407   408   409   410   411   412   413