Page 96 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 96
94 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
องค์กร ปัจเจก และคนรุ่นใหม่ (ภายใต้โครงการ)
ผลสืบเนื่องจากการได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลต่อการปรับตัวขององค์กรเรื่อยมา นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ ขนาดขององค์กรที่เคยมีสมาชิกคนทำางาน
กว่า ๓๐ คน หดเหลือคนทำางานอยู่เพียงไม่ถึง ๕ คน หรือ ๑๐ คน จนถึงปัจจุบันการได้รับทุนจาก
แหล่งทุนในประเทศก็มีข้อจำากัดหลายประการ อาทิ แหล่งทุนจำากัดงบประมาณในการบริหารจัดการ
(ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำาคัญอย่างมากในการลงทุนสร้างองค์กร) หรือการมองว่างานของ NGO คือ
งานอาสาสมัคร และพยายามจำากัดเงินเดือน เป็นต้น ซึ่งทำาให้การพัฒนาให้องค์กรมีความเข้มแข็ง
ต่อเนื่องและยั่งยืนเป็นไปได้ยาก
อีกทั้งในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา คนรุ่นกลางๆ ในองค์กรที่มีทางเลือกอาชีพที่เปิดกว้าง
ก็อาจออกจากองค์กรไปทำางานอิสระ ไปรับโครงการพัฒนาขนาดเล็กๆ หรือโครงการวิจัย หรือไป
ทำางานในส่วน CSR ของบริษัทเอกชน ไปทำางานกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือไปทำางานสอน
หนังสือ ส่วนคนรุ่นใหญ่จะถอยออกจากองค์กรหรือไม่ก็ถอยลงจากตำาแหน่งผู้บริหารไปทำางานใน
ตำาแหน่งเจ้าหน้าที่
ขณะที่ในระยะหลังการรับคนเข้าสู่องค์กร มักดำาเนินการภายใต้โครงการหรือแผนงาน
ซึ่งมีระยะเวลางานจากัด คนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่องค์กรภายใต้โครงการหรือแผนงาน นอกจากจะมี
ข้อจำากัดในด้านระยะเวลาอยู่ร่วมกับองค์กรเพียง ๑ - ๓ ปี แล้ว ยังต้องยุ่งกับงานจัดการในโครงการ
จำานวนมาก โอกาสที่เขาจะได้รับการพัฒนาอุดมคติ อุดมการณ์ในการรับใช้สังคมอย่างต่อเนื่อง
จึงขาดหาย ยังมิต้องกล่าวถึงการมีและการใช้ชีวิต รวมถึงมุมมองที่เขามีต่อโลก ต่อสังคมของคน
รุ่นใหม่ที่แตกต่างอย่างมากกับรุ่นพี่ๆ ในองค์กร ยิ่งที่นักพัฒนารุ่นใหม่อยู่ในฐานเศรษฐกิจสังคมที่
เปิดกว้าง เขาก็พร้อมที่จะหลุดออกจากเส้นทางของงานพัฒนาได้ง่ายมากขึ้น
๔.๗.๓ การเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนา
พันธมิตรหลักหายตัว
ในอดีตที่ผ่านมา สื่อสารมวลชนและสถาบันวิชาการ กล่าวได้ว่าเป็นพันธมิตรหลักในการ
ทำางานของขบวนการเคลื่อนไหวของคนจน คนด้อยโอกาสในเมือง มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมทางวิชาการ
มีการเสวนาวิชาการมากมายที่เป็นแหล่งเรียนรู้เพิ่มพูนความรู้ให้กับคนทำางานพัฒนา
แต่ปัจจุบัน หากมีการรณรงค์เคลื่อนไหว ขบวนการเคลื่อนไหวอาจถูกสื่อถามก่อนว่า
อยู่ฝ่ายไหน สีไหน ใครอยู่เบื้องหลัง เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ เรื่องราวเหล่านี้ ทำาให้ประเด็นที่
ต้องการจะสื่อสารบิดเบี้ยวไป และแม้ว่าปัจจุบัน NGO หลายองค์กร และนักพัฒนาหลายท่านจะใช้
ประโยชน์จาก social media ในการกระจายความคิด กระจายข้อมูลข่าวสารได้อย่างมากมายก็ตาม
แต่ความที่ข้อมูลข่าวสารใน social media มีอยู่อย่างมากมาย เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีประเด็น
ความน่าเชื่อถือก็ยังเป็นข้อจำากัดที่จะต้องพัฒนางานด้านนี้ต่อไป

