Page 80 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 80
79
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
กสม. พิจารณาเห็นว่า การกำาหนดแบบทรงผมของนักเรียนตามที่กำาหนดไว้ใน
กฎกระทรวงฯ แม้เป็นการจำากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล แต่ในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.
๒๕๔๖ มาตรา ๖๔ กำาหนดให้นักเรียนและนักศึกษาต้องประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียนหรือ
สถานศึกษา และกฎกระทรวงดังกล่าวถือเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะที่มีผลใช้บังคับเป็นการ
ทั่วไป และเป็นการกระทำาเท่าที่จำาเป็นเพื่อส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและไม่เป็นการกระทบ
กระเทือนต่อสาระสำาคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน จึงใช้บังคับได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ส่วนกรณีที่โรงเรียนบางแห่งอนุญาต
ให้นักเรียนสามารถไว้ผมยาวได้เป็นการเฉพาะรายนั้น เนื่องจากมีเหตุผลความจำาเป็น เช่น นักเรียนที่
เรียนนาฏศิลป์ นักเรียนที่มีเหตุผลความจำาเป็นทางด้านศาสนา หรือมีเหตุผลความจำาเป็นทางด้านสุขภาพ
เป็นต้น ซึ่งมีเหตุผลความจำาเป็นตามสภาพของนักเรียนเป็นการเฉพาะรายตามความเหมาะสม ถือเป็น
การปฏิบัติต่อเด็กโดยคำานึงถึงความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุดของนักเรียน ดังนั้น เพื่อให้กฎกระทรวง
ดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และพันธกรณีระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงควร
พิจารณาทบทวนปรับปรุงและแก้ไขกฎกระทรวง โดยยกเลิกกฎกระทรวงที่ใช้อยู่ในปัจจุบันและออก
กฎกระทรวงฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยคำานึงถึงศักดิ์ศรี
ความเป็นมนุษย์และประโยชน์สูงสุดของเด็กนักเรียน รวมทั้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อ
กำาหนดให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานกลางเกี่ยวกับเรื่องแบบทรงผมของนักเรียน ให้โรงเรียน
หรือสถานศึกษาปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน สามารถกำาหนดหลักเกณฑ์และข้อยกเว้นได้ตามเหตุผล
ความจำาเป็น ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ซึ่งจากข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้รับที่จะไปพิจารณาทบทวนซึ่งอยู่ระหว่างการดำาเนินการ
(๔) สถานการณ์เด็กทางการศึกษา
มีนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิได้กล่าวถึงกลุ่มและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางสังคม
ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ จำานวนประมาณ ๕ ล้านคน กลุ่มเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคันมีจำานวน
มากกว่า ๑.๒ ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเข้าสู่การถูกใช้เป็นแรงงานเด็ก บางส่วนออกมาเป็นเด็กเร่ร่อน ซึ่ง
ปัจจุบันมีประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน และเด็กเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อบายมุข การก่อ
อาชญากรรม การขายบริการทางเพศ รับจ้างติดคุก ซึ่งปัญหายังขาดนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือ
ที่คำานึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก
(๕) การยุบ ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
จากนโยบายปฏิรูปการศึกษาที่มีเป้าหมายที่จะยุบ ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
จำานวน ๗,๐๐๐ โรงเรียน ภายในปี ๒๕๖๑ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ร้อยละ ๓ ต่อปี
และอัตราครูต่อนักเรียน ๑ : ๒๐ ประเด็นการยุบ ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาอย่าง

