Page 85 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 85
84 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
(๒) การล่วงละเมิดทางเพศในสถานที่ทำางาน
ข้อมูลจากรายงานการศึกษาวิจัยของหน่วยงานภาครัฐหลายฉบับที่เกี่ยวกับ
การล่วงละเมิด หรือการคุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำาคาญทางเพศในที่ทำางาน พบว่า มีข้อสรุปที่
สอดคล้องกันว่า การล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศส่งผลต่อผู้ถูกกระทำาตั้งแต่การเกิดความเครียด
มีปัญหาเรื่องภาพพจน์ หมดความตั้งใจในการทำางาน ขาดความมั่นใจ มีปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน
ร่วมงาน ขาดงานบ่อย สูญเสียโอกาสทางด้านการงานและเลื่อนขั้นเงินเดือน ถูกไล่ออก เป็นโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์ ตั้งครรภ์ มีปัญหาครอบครัว อีกทั้ง กสม. ยังได้รับเรื่อง
ร้องเรียนเรื่องการถูกล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในที่ทำางาน ซึ่งแม้จะ
มีจำานวนไม่มาก แต่ก็เป็นเรื่องที่มีนัยสำาคัญสำาหรับกรณีร้องเรียนด้าน
สิทธิสตรี โดย กสม. ได้มีการจัดเวทีเพื่อสะท้อนให้สังคมให้เห็นว่าปัญหา
ดังกล่าวเป็นภัยคุกคามและเป็นการละเมิดสิทธิต่อสตรี และมุ่งหวังรณรงค์
ให้สังคมตระหนักว่า ปัญหาดังกล่าวบั่นทอนการส่งเสริมสิทธิสตรี และสตรี
ที่ถูกคุกคามหรือละเมิดต้องการการปกป้องจากสังคมด้วยเช่นกัน และ
กสม. ได้มีส่วนร่วมผลักดันให้เกิดมาตรฐานทางจริยธรรมและคุณธรรม
ของข้าราชการพลเรือน และข้าราชการรัฐสภา ในรูปแบบ กฎ ก.พ. ว่าด้วย
การกระทำาอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ. ๒๕๕๓ และ
กฎ ก.ร. ว่าด้วยวินัยข้าราชการรัฐสภาสามัญ พ.ศ. ๒๕๕๕ นอกจากนี้ กสม.
ได้ให้ความสำาคัญเป็นอย่างมาก โดยในการประชุม กสม. เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๖ ได้มีมติเห็นชอบ
ให้นำา กฎ ก.ร. ว่าด้วยวินัยข้าราชการรัฐสภาสามัญ พ.ศ. ๒๕๕๕ มาใช้บังคับแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่
ของ สำานักงาน กสม. พร้อมประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรที่ปราศจากการล่วงละเมิดทางเพศในสถานที่
ทำางาน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการคุกคามทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศ
นอกจากนี้ กสม. ยังได้จัดทำาข้อเสนอแนะต่อสำานักงานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษาเพื่อลดสถานการณ์ละเมิดทางเพศในมหาวิทยาลัย และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ตอบรับ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของ กสม. เพื่อให้ข้อเสนอแนะดังกล่าวเห็นผลที่เป็นรูปธรรมต่อไป
(๓) การตั้งครรภ์ไม่พร้อม
ปัญหาการ “การตั้งครรภ์ไม่พร้อม” ซึ่งหลายกรณีนำาไปสู่การยุติการตั้งครรภ์
หรือ “ทำาแท้ง” ที่ไม่ถูกกฎหมาย ไม่ถูกตามหลักวิชาชีพแพทย์ และไม่ปลอดภัย นำาไปสู่การทอดทิ้ง
และทำาร้ายทารกแรกคลอด การต้องออกจากสถาบันการศึกษาก่อนกำาหนด การตั้งครรภ์ไม่พร้อม
ยังเป็นปัญหาอยู่ โดยเครือข่ายสตรีได้เรียกร้องให้รัฐกำาหนดนโยบายที่ชัดเจนว่า “สิทธิในการคุมกำาเนิด
เป็นสิทธิของทุกคน” และเสนอให้รัฐบาลยกเลิกระเบียบ/แนวปฏิบัติของสถานพยาบาลที่กำาหนดให้
สามีเป็นผู้ลงชื่อรับรองการคุมกำาเนิดของภรรยา นอกจากนี้ เด็กและเยาวชนสตรียังประสบปัญหาไม่

