Page 45 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 45
44 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
มาตรา ๕๔ บัญญัติว่า “คนต่างด้าวผู้ใดเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดย
ไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตนั้นสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งตัวคนต่างด้าวผู้นั้น
กลับออกไปนอกราชอาณาจักรก็ได้
ถ้ามีกรณีต้องสอบสวนเพื่อส่งตัวกลับตามวรรคหนึ่ง ให้นำามาตรา ๑๙ และ
มาตรา ๒๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่มีคำาสั่งให้ส่งตัวคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร แล้วใน
ระหว่างรอการส่งกลับ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำานาจอนุญาตให้ไปพักอาศัยอยู่ ณ ที่ใด โดยคนต่างด้าวผู้นั้น
ต้องมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำาหนด โดยต้องมีประกัน หรือมีทั้งประกันและ
หลักประกันก็ได้ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะกักตัวคนต่างด้าวผู้นั้นไว้ ณ สถานที่ใดเป็นเวลานานเท่าใด
ตามความจำาเป็นก็ได้........
๒) สถานการณ์การอพยพเข้ามาในประเทศไทย
ของชาวโรฮิงญา
ปัญหาชาวโรฮิงญาลักลอบเดินทางทางทะเลอพยพเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อผ่านไปยัง
ประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย ปากีสถาน รวมถึงประเทศไทยด้วย นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากการไม่ได้รับสัญชาติ การถูกห้ามเข้าศึกษาเล่าเรียน การไม่มีสิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาล
ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายในประเทศเดิมที่อาศัยอยู่ เนื่องจากความแตกต่างทางด้าน
เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ระหว่างชาวโรฮิงญากับประชาชนชาวพม่า ทำาให้มีชาวโรฮิงญาจำานวนกว่า
หมื่นคนอพยพมายังดินแดนไทย เพื่ออยู่กินและใช้ชีวิตที่มีความเท่าเทียมกันของมนุษย์ทุกคน
แต่มีชาวโรฮิงญาจำานวนมากตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ที่จะนำาชาวโรฮิงญาไปขายเป็นแรงงาน
แก่นายทุนต่างๆ หรือกระทั่งบังคับให้ไปขายบริการ
ในปี ๒๕๕๖ มีชาวโรฮิงญาอพยพเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ ๑๐
มกราคม ๒๕๕๖ เจ้าหน้าที่ตำารวจได้จับกุมชาวโรฮิงญาที่โกดังในซอยไทยจังโหลน ๓ หมู่ ๗ ต.สำานักขาม
อ. สะเดา จ. สงขลา ประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ซึ่งเป็นเด็กเล็กอายุระหว่าง ๒-๕ ขวบ จำานวน ๕๐ คน
ผู้หญิงประมาณ ๕๐ คน และผู้ชายอายุระหว่าง ๑๕-๕๐ ปี ประมาณ ๒๐๐ คน ซึ่งอยู่รวมกันอย่างแออัด
ภายในที่พัก และอยู่ในสภาพที่อิดโรย และเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖ เจ้าหน้าที่ตำารวจเข้าควบคุม
ตัวชาวโรฮิงญาที่ลักลอบขึ้นฝั่งไทยที่จังหวัดสตูล ก่อนเดินทางไปประเทศที่สาม จำานวน ๒๕๐ คน เป็นต้น
ซึ่งการเข้ามาของชาวโรฮิงญามีนายหน้าเก็บเงินค่าหัวจากชาวโรอิงญาเพื่อเข้ามาทำางานในประเทศไทย
เป็นขบวนการค้ามนุษย์ เมื่อถูกทางการไทยจับกุมตัวก็จะถูกควบคุมตัวในห้องควบคุมตัวของสำานักงาน
ตรวจคนเข้าเมือง โดยมีการร้องเรียนว่า ประเทศไทยได้ให้การช่วยเหลือชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม
้
คือ ให้นำา ให้อาหาร และการรักษาพยาบาล แล้วผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นการผิดหลักสิทธิมนุษยชน

