Page 47 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 47
46 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
เพราะเกรงจะถูกฆ่า เด็กบางคนพ่อแม่ส่งลงเรือมาเพื่อหนีปัญหาที่บ้านเกิด และเผชิญกับสิ่งที่จะ
เกิดขึ้นตามลำาพัง นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ในคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้จัดเวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง “ข้อเสนอต่อรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหา
ผู้อพยพชาวโรฮิงญาอย่างสร้างสรรรค์” และได้แต่งตั้งคณะทำางานยุทธศาสตร์การช่วยเหลือกรณีชาวโรฮิงญา
เพื่อจัดทำาข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหากลุ่มชาวโรฮิงญาเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เหมาะสม
และคณะทำางานจัดทำาข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
เพื่อได้จัดทำาข้อเสนอแนะเสนอนโยบายในการคุ้มครองสิทธิของผู้อพยพหนีภัยสงครามและข้อเสนอแนะ
ในการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาลและรัฐสภาในการ
สร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนอีกด้วย
๓) การประเมินสถานการณ์การอพยพเข้ามาในประเทศไทย
ของชาวโรฮิงญา
ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งบัญญัติให้บุคคลมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
มีความเสมอภาคของบุคคล และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
เท่าเทียมกัน และการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะ
เหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำาเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ
ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะ
ทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา.... จะกระทำามิได้
รวมทั้งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
ในทุกรูปแบบ ซึ่งได้วางหลักการของความเสมอภาคของมวลมนุษย์ และต้องคำานึงถึงศักดิ์ศรีความ
เป็นมนุษย์ของเขาเหล่านั้น โดยไม่แบ่งแยกความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติ เนื่องจากมนุษย์ทุกคน
ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นมามีอิสระและเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ดังนั้น สำาหรับชาวโรฮิงญาที่อพยพหนีภัยเข้ามาในประเทศไทยนั้น ประเทศไทย
จำาเป็นต้องให้การคุ้มครองชาวโรฮิงญาเหล่านั้นตามหลักการสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
ตามอนุสัญญาดังกล่าว และตามรัฐธรรมนูญของไทย ซึ่งประเทศไทยได้ให้การคุ้มครองแก่ชาวโรฮิงญา
ที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยตามหลักสิทธิมนุษยชน และให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม
แต่อาจมีข้อจำากัด เช่น เรื่องสถานที่กักตัวซึ่งมีอยู่จำานวนจำากัด ทำาให้สภาพการกักตัวในห้องผู้ต้องกัก
มีความแออัด ไม่เหมาะสมต่อการกักตัวผู้ต้องกักเป็นเวลานาน รวมทั้งงบประมาณค่าอาหารยังชีพ
ให้แก่ผู้ต้องกักอาจไม่เพียงพอ เป็นต้น ดังนั้น รัฐบาลจะต้องคำานึงถึงปัญหาดังกล่าวและเร่งแก้ไข
ปัญหาตามหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม โดยการจัดสถานที่กักตัวให้มีความเหมาะสม

