Page 40 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 40
39
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในสภาวะ
สงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งมีข้อสังเกต
ว่าการชุมนุมเป็นเสรีภาพของบุคคลที่มีขอบเขต มิได้เป็นเสรีภาพโดยบริบูรณ์ และสามารถจำากัดได้
โดยอาศัยอำานาจของรัฐตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำาหนดไว้ ดังนั้น การใช้เสรีภาพใน
การชุมนุม ผู้ชุมนุมจึงจำาต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ไม่กระทำาการใดที่เป็นการละเมิดต่อกฎหมายและ
ต้องไม่เป็นการใช้เสรีภาพที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นๆ เกินกว่าสมควรด้วย
และเมื่อใดที่รัฐเห็นว่าการชุมนุมเริ่มไม่เป็นไปตามกรอบ หรือมีการกระทำาที่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
บ้านเมือง รัฐก็สามารถนำากฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้เพื่อควบคุมฝูงชนได้ และในกรณีที่มีบุคคลหรือ
กลุ่มบุคคลใดกระทำาความผิดอาญาขึ้นในระหว่างที่มีการชุมนุม ซึ่งรัฐมีความจำาเป็นที่จะต้องนำากฎหมาย
พิเศษมาใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พระราชบัญญัติการรักษาความ
มั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำาหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ไว้ โดยให้อำานาจแก่ผู้มีอำานาจ
ตามกฎหมายประกาศใช้ในสถานการณ์พิเศษ ซึ่งจะต้องปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง
ภายในราชอาณาจักร แต่ยังไม่มีความจำาเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และเหตุการณ์นั้นมีแนวโน้ม
ที่จะมีอยู่ต่อไปเป็นเวลานาน ดังนั้น การดำาเนินการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการชุมนุมจาก
เหตุการณ์ดังกล่าวภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
รัฐบาลต้องมีหน้าที่ควบคุมการชุมนุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องตระหนักถึงการใช้มาตรการจัดการ
การชุมนุมโดยจะต้องกระทำาเท่าที่จำาเป็น คำานึงถึงความเหมาะสม มีลำาดับขั้นตอนตามหลักสากลที่ใช้
ในการสลายการชุมนุมของประชาชน และรัฐต้องกระทำาจากเบาไปหาหนักภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย
จากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งในเหตุการณ์ปิดล้อม
ทำาเนียบรัฐบาล และกองบัญชาการตำารวจนครบาล ระหว่างวันที่ ๑-๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ และการชุมนุม
คัดค้านการเลือกตั้งบริเวณสนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ รัฐบาลได้
ดำาเนินการจัดการกับผู้ชุมนุมโดยขาดความระมัดระวังจนทำาให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และ
ทรัพย์สินของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไป อันเป็นการกระทำาที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
และเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ อีกทั้งรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน
ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายอื่นได้กำาหนดไว้ รัฐบาลจึงต้องดำาเนินการให้
ความช่วยเหลือและเยียวยาตามสมควรแก่ผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วน
และทั่วถึงอย่างแท้จริง

