Page 39 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 39

38       รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖










                                      ต่อมา เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ได้รวมตัวเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
                        โดยได้นำากลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไปหน้าทำาเนียบรัฐบาล และแบ่งขบวนมวลชนเป็น ๙ ขบวน เคลื่อนไหว

                        ในสถานที่ต่างๆ ใจกลางกรุงเทพมหานคร จนทำาให้นายกรัฐมนตรีต้องประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร
                        และกำาหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

                        จะทำาหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และขอความร่วมมือให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม
                        แต่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ก็ไม่ได้ยุติการชุมนุมและยังคงชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเจตนารมณ์ของ

                        กปปส. ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง  นอกจากนี้ กลุ่ม กปปส. ทั้งใน กทม.และ
                        ต่างจังหวัด ยังได้นัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ โดยได้ตั้งเวทีใหญ่ ๕ เวที ใจกลาง

                        กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  เวทีแยกปทุมวัน  เวทีแยกราชประสงค์  เวทีแยก
                        อโศกมนตรี เวทีสวนลุมพินี และมีเวทีย่อยอีก ๑๐ เวที เพื่อกดดันขับไล่รัฐบาลและนางสาวยิ่งลักษณ์

                        ชินวัตร ให้ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม  และเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม
                        ๒๕๕๖  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ผู้นำามวลมหาประชาชนได้ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่

                        ๑ มกราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป กลุ่ม กปปส. จะยกระดับการต่อสู้และจะต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ
                        อย่างเด็ดขาด โดยจะปิดกรุงเทพมหานคร เร่งจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน สภาประชาชนเพื่อนำาไปสู่

                        การปฏิรูปประเทศและระบอบประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้ง
                        รวมทั้งกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด  และเหตุการณ์

                        การชุมนุมทางการเมืองและความรุนแรงอันเนื่องมาจากการชุมนุมยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี ๒๕๕๗


                                  ๓)  การประเมินสถานการณ์การใช้เสรีภาพ

                                      ในการชุมนุมทางการเมือง

                                      การใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
                        และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้วางขอบเขตและหลักการของ

                        การแทรกแซงโดยรัฐต่อการใช้เสรีภาพของบุคคล ว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมครั้งใด ผู้ชุมนุมได้ใช้
                        สิทธิและเสรีภาพของตนโดยมีผลเป็นการไปละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือเป็นปฏิปักษ์

                        ต่อรัฐธรรมนูญ หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้ว  รัฐก็สามารถเข้าแทรกแซงด้วยการจำากัด
                        การใช้เสรีภาพดังกล่าวได้  แต่อย่างไรก็ตาม การจำากัดเสรีภาพนี้รัฐจะต้องกระทำาโดยอาศัยอำานาจตาม

                        บทบัญญัติแห่งกฎหมาย  โดยเฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะและเพื่อคุ้มครองความสะดวกของ
   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44