Page 37 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 37

36       รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖










                                            มาตรา ๒๙  บัญญัติว่า
                                            “การจำากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำามิได้เว้น

                        แต่โดยอาศัยอำานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำาหนดไว้และเท่าที่จำาเป็น

                        และจะกระทบกระเทือนสาระสำาคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้........”
                                            มาตรา ๖๓ บัญญัติว่า
                                            “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

                                            การจำากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำามิได้  เว้นแต่โดยอาศัยอำานาจตาม

                        บทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชน
                        ที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในสภาวะสงคราม หรือ
                        ในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก”


                                      (๒)  กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
                                            ข้อ ๒๑ กำาหนดว่า “สิทธิในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง การจำากัด

                        การใช้สิทธินี้จะกระทำามิได้  นอกจากจะกำาหนดโดยกฎหมายและเพียงเท่าที่จำาเป็นสำาหรับสังคม
                        ประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติ หรือความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย การ

                        สาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน หรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น”


                                  ๒)  สถานการณ์การใช้เสรีภาพในการชุมนุมทางการเมือง

                                       สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของปี ๒๕๕๖ เป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่องจากการ

                        ชุมนุมทางการเมืองที่มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ และในปี พ.ศ. ๒๕๕๕  ประเด็นถกเถียงอยู่ที่เรื่องการแก้ไข
                        รัฐธรรมนูญว่าจะแก้ไขทั้งฉบับหรือแก้ไขเฉพาะบางมาตรา  รวมทั้งการที่พรรคฝ่ายรัฐบาลเร่งรัดเสนอร่าง

                        พระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดอง พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา  โดยยังไม่มีกระบวนการ
                        นำาผู้กระทำาผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จุดแตกหักอยู่ที่การประชุมข้ามคืนเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖

                        เมื่อพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐบาลที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
                        ซึ่งถูกมองว่าเป็นรัฐบาลตัวแทนของอดีตนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร) ได้พยายามเสนอร่าง

                        กฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำาความผิดจากการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง และลบล้าง
                        ความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ในความผิดฐานใช้อำานาจหน้าที่ในการแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและ

                        พวกพ้อง  และกรณีพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเสียงข้างมากและสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนได้ปฏิเสธ
                        คำาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภา

                        ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๘ ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าว
                        ทำาให้ประชาชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ เห็นว่า รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ จึงมี

                        ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นมวลมหาประชาชน โดยประชาชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ
   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42