Page 232 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 232

231

                                      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖






                                     ๑)  การให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้อง

                                         กับอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือ
                                         การลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำายีศักดิ์ศรี

                                         สำานักงาน กสม. ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการคณะที่สอง ใน

                           คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อศึกษาและตรวจสอบ
                           ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในประเด็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของอนุสัญญา

                           ต่อต้านการทรมานฯ ซึ่งมีทั้งร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
                           ที่อยู่ระหว่างการดำาเนินการของกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และร่างพระราชบัญญัติ

                           ป้องกันการทรมาน พ.ศ. .... ที่เสนอโดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๑๓ และ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
                           ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา ๓

                                         ผู้แทนสำานักงาน กสม. ได้ให้ข้อมูลและข้อคิดเห็นแก่คณะอนุกรรมาธิการฯ ว่าอนุสัญญาฯ
                           ไม่ได้กำาหนดว่ารัฐภาคีจะต้องใช้แนวทางใดหรือดำาเนินการอย่างไรในการปรับปรุงกฎหมายภายในให้

                           สอดคล้องกับบทบัญญัติในอนุสัญญาฯ รัฐภาคีจึงมีดุลยพินิจที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม แต่หลักการ
                           สำาคัญอยู่ที่ รัฐภาคีจะต้องทำาให้แน่ใจว่าการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายนั้นจะทำาให้บุคคลจะได้รับการคุ้มครอง

                           สิทธิตามอนุสัญญาฯ ในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง  ซึ่งถือเป็นพันธกรณีที่สำาคัญของรัฐภาคีอนุสัญญาฯ  หลังจาก
                           ได้รับฟังข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ แล้ว ที่ประชุมได้มีมติให้ตั้งคณะทำางานเพื่อศึกษาข้อเสนอการปรับปรุงแก้ไข

                           กฎหมายที่อยู่ระหว่างการดำาเนินการ ทั้งของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และมูลนิธิ
                           ผสานวัฒนธรรม  โดยให้ดำาเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน

                                         จากการศึกษาเรื่องดังกล่าว คณะทำางานฯ ได้ข้อสรุปว่า การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้
                           สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ ควรใช้แนวทางของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แต่ได้ปรับปรุงร่างแก้ไขกฎหมาย

                           ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพิ่มเติมในบางประเด็น  หลังจากนั้น คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้จัดการ
                           รับฟังความเห็นต่อข้อแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๖ ซึ่งผู้แทน

                           สำานักงาน กสม. ได้เข้าร่วมให้ข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ เพื่อให้ข้อแก้ไขกฎหมายสอดคล้องกับอนุสัญญา
                           ต่อต้านการทรมานฯ มากยิ่งขึ้น

                                         ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำานักงาน กสม. ได้มีส่วนร่วมให้ข้อคิดเห็นในการจัดทำา
                           ข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้าน

                           การทรมานฯ ของ กสม. โดยเสนอแนะว่ารัฐบาลควรกำาหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการปรับปรุงแก้ไข
                           กฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ และควรมีการจัดกระบวนการสอบสวนคดีการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

                           เพื่อประกันว่าการดำาเนินคดีจะมีความเป็นกลาง  นอกจากนี้  รัฐควรอบรมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการบังคับ
                           ใช้กฎหมาย ทั้งในฝ่ายบริหารและตุลาการให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอนุสัญญาฯ ด้วย
   227   228   229   230   231   232   233   234   235   236   237