Page 228 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 228
227
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
(๕) บุคลากรทางด้านตุลาการ นักกฎหมาย อัยการ และข้าราชการควรได้รับการ
อบรมให้มีและรับความรู้เกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองรักษา
สภาพแวดล้อม
(๖) รัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์
โครงการพัฒนาต่างๆ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจดำาเนินการในระดับบริหาร
(๗) ชนพื้นเมืองดั้งเดิมต้องได้รับข้อมูลที่เพียงพอและเห็นชอบกับโครงการต่างๆ
ที่มีผลกระทบต่อการดำารงชีวิตของพวกตน และสามารถติดตามการดำาเนิน
โครงการได้
(๘) ควรมีการประชุมหารือทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เพื่อพิจารณา
และแสวงหาทางออกในการแก้ไขปัญหาของผู้พลัดถิ่นที่เกิดขึ้นจากการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ประธาน กสม. ยังได้รับเชิญจากฝ่ายเลขานุการของการจัดประชุมให้ร่วมในกระบวนการ
หารือพิเศษกับศาสตราจารย์ John Knox ผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ ด้านสิ่งแวดล้อมกับ
สิทธิมนุษยชน เพื่อหาข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ ในการจัดทำารายงานเพื่อเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน
แห่งสหประชาชาติ ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๗
๓.๘.๓ ความร่วมมือกับภาคประชาสังคม
ในปี ๒๕๕๖ กสม. ได้เข้าร่วมการประชุม/สัมมนาที่จัดโดยองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อแลกเปลี่ยน
ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนด้านต่างๆ ดังนี้
i การเข้าร่วมประชุม The 2013 Padjadjaran International Legal
nd
Conference Series : 2 Padjadjaran International Conference on
st
Human Rights และ 1 Padjadjaran International Confernce on
International Law and Comparative Law ระหว่างวันที่ ๒๒–๒๔ ตุลาคม
๒๕๕๖ ณ มหาวิทยาลัย Padjadjaran เมืองบันดุง สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
การประชุมครั้งนี้ มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการดำาเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในอาเซียน
การรวมตัวเป็นภูมิภาค กฎหมายเปรียบเทียบ และกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน และความก้าวหน้าล่าสุด
ของกลไกดังกล่าว การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างสถาบัน
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาควิชาการและภาคเอกชน

