Page 233 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 233
232 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
๒) การให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญา
ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
(๑) อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย
เจ้าหน้าที่สำานักงาน กสม. ได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อส่งเสริมการเข้าเป็นภาคี
อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย (International Convention
for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance - CED) เมื่อวันที่ ๑๘
มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ อาคารศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การประชุมดังกล่าวจัดโดย Asian
Federation Against Involuntary Disappearances (AFAD) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่
จัดตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ให้รัฐบาลประเทศต่างๆ คุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย ตลอดจนสนับสนุน
ให้ประเทศต่างๆ เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CED สำานักงานของ AFAD ตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีองค์กร
ภาคประชาสังคมของประเทศต่างๆ เป็นเครือข่าย ได้แก่ บังกลาเทศ ติมอร์ เลสเต้ อินโดนีเซีย อินเดีย
เนปาล ศรีลังกา ไทย ปากีสถาน และเกาหลีใต้ การประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากประเทศ
ในภูมิภาค ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนปาล และไทย
ในส่วนของประเทศไทย อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
ระบุว่า ไทยจะให้สัตยาบันอนุสัญญา CED ในปี ๒๕๕๗ รวมถึงจะปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติค่าตอบแทน
ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำาเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ต่อไป ส่วนเจ้าหน้าที่สำานักงาน
กสม. ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า กสม. สนับสนุนให้รัฐบาลเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CED โดยเสนอให้รัฐบาล
พิจารณาลงนามก่อนเพื่อแสดงให้ประชาคมระหว่างประเทศ ขณะนี้ เมื่อรัฐบาลได้ลงนามในอนุสัญญา
ดังกล่าว เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ แล้ว รัฐบาลควรเร่งแก้ไขกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับ
บทบัญญัติแห่งอนุสัญญาฯ เพื่อจักได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ โดยเร็ว ซึ่ง กสม. กำาลังศึกษาเรื่องนี้และจะ
ได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลต่อไป
ในขณะเดียวกัน สำานักงาน กสม. โดยสำานักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้ให้
ข้อมูลและข้อคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการจัดทำาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุง
กฎหมายเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ของ กสม. ซึ่งมีข้อสรุปว่า กสม. สนับสนุนแนวทางของ
รัฐบาลที่จะมีการตรากฎหมายขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการบังคับให้บุคคล
ถูกบังคับให้สูญหาย พ.ศ. .... เพื่อรองรับการดำาเนินการตามอนุสัญญาฯ นอกจากนี้ รัฐบาลควรกำาหนด
กรอบเวลาที่ชัดเจนในการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งควรมีการจัดกระบวนการสอบสวนคดีบุคคล
ถูกบังคับให้สูญหายและการดำาเนินคดีที่มีความเป็นกลาง และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอนุสัญญาฯ
แก่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ในฝ่ายตุลาการ เช่นเดียวกันกับ
ในกรณีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ด้วย
(๒) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ
สำานักงาน กสม. ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเข้าเป็นภาคี

