Page 16 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 16
15
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
สิทธิด้านความมั่นคงปลอดภัยตามที่ตนพึงจะได้รับ หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย
และประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือสิงคโปร์ จะเห็นว่าในช่วง ๑๐ ปี
ที่ผ่านมาประเทศต่างๆ เหล่านั้นสามารถที่จะบริหารจัดการในการป้องกันและลดปัญหาลงได้อย่าง
เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารสูงสุดของประเทศควรให้ความสำาคัญกับปัญหา
ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนบนท้องถนนอย่างจริงจัง และต้องไม่น้อยไปกว่าปัญหาความสูญเสีย
ที่เกิดจากกรณีอื่นๆ เช่น ภัยพิบัติ อาชญากรรม หรือการก่อการร้าย เป็นต้น โดยการจัดสรร
งบประมาณ สรรพกำาลัง และทรัพยากรต่างๆ ในการดำาเนินงานอย่างเหมาะสมกับปัญหา ตลอดจน
ให้ความสำาคัญในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจังให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ให้ความ
คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย เสรีภาพในการเดินทาง เสรีภาพ
ในเคหสถาน ตลอดจนสิทธิในทรัพย์สินของบุคคล โดยการกำาหนดให้รัฐ
จะต้องดำาเนินนโยบายพื้นฐานด้านกระบวนการยุติธรรมใน ๓ ประเด็นหลัก
ได้แก่ (๑) การดูแลการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
(๒) การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และ (๓) การจัดให้มีกฎหมาย
เพื่อจัดตั้งองค์กรปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เป็น
หลักประกันในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลมิให้ได้รับผลกระทบจากการดำาเนิน
กระบวนการยุติธรรมของรัฐเกินกว่ากรณีที่จำาเป็น ประกอบกับรัฐบาลได้แถลง
ต่อรัฐสภาว่า จะดำาเนินนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม ทั้งประเด็นด้านกฎหมาย มาตรการและการ
บังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการของสิทธิมนุษยชน
ในปี ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นความก้าวหน้า
กล่าวคือ รัฐบาลได้ให้ความสำาคัญต่อข้อเสนอเกี่ยวกับการยกเลิกการใช้เครื่องพันธนาการต่อผู้ต้องขัง
ขององค์กรภายในและระหว่างประเทศอย่างจริงจัง จนกระทั่งนำามาสู่มาตรการปลดตรวนผู้ต้องขัง
เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เรือนจำากลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี อันถือได้ว่า
รัฐบาลได้ให้ความสำาคัญและเคารพต่อหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสมควรที่ทุกภาคส่วนจะ
สนับสนุนการดำาเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้ให้ขยายผลและนำาไปสู่การปฏิบัติที่ครอบคลุมทุกเรือนจำาและ
ทัณฑสถานต่อไป นอกจากนี้ แนวคิดและการดำาเนินการของรัฐบาลเกี่ยวกับการยกเลิกโทษประหารชีวิต
โดยผลักดันให้อยู่ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑ ด้วยการเสนอให้ปรับ
เปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นจำาคุกตลอดชีวิตแทน ถือเป็นการดำาเนินการที่สอดคล้องกับหลักการ
ด้านสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนให้การรับรองไว้ในการที่จะ
ต้องพึงเคารพในคุณค่าของชีวิตมนุษย์ ด้วยการไม่ทำาลายชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะการที่รัฐเป็น

