Page 64 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 64
บทที่ ๒
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
การวางขอบเขตแห่งสิทธิและเสรีภาพหรือการจํากัดสิทธิเสรีภาพต้องทําเท่าที่จําเป็นและ
กระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิเสรีภาพที่มีอยู่เดิมมิได้ เนื้อหาของกฎหมายยังอาจไม่คุ้มครอง
ประโยชน์ตามความจําเป็นที่รัฐธรรมนูญกําหนด ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่ารากฐานเชิงโครงสร้างและ
กระบวนการในรัฐธรรมนูญในการออกกฎหมายเพื่อกําหนดประโยชน์ต่างๆ ยังเป็นเพียงความหวังลมๆ
แล้งๆ สิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้จึงเป็นเพียงสิทธิและเสรีภาพของคนบางกลุ่มที่มี
สถานะและมีโอกาสในสังคมดีกว่า ในการยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม การใช้สิทธิเสรีภาพ
และความเสมอภาคของตนได้อย่างทัดเทียมกัน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐหากยังคงมีโครงสร้างและ
กระบวนการจัดการที่ไม่สมดุล ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม สิทธิเสรีภาพและสิทธิ
มนุษยชนในสังคมไทยก็อาจจะเกิดขึ้นได้ช้าหรือไม่เกิดขึ้นเลย
๔. ปัญหาในเชิงมิติโครงสร้างทางการศึกษา ปัจจุบันแม้ในประเทศไทยจะมีอัตราการรู้หนังสือ
ของประชาชนสูงกว่าที่เคยเป็นมาในอดีตก็ตาม แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ถูกปลูกฝังให้รักการอ่าน
และประชาชนที่มีการศึกษาสูงเท่านั้นที่จะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน
ซึ่งประชาชนเหล่านี้ก็มักจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมือง และรู้ว่าตนมีสิทธิเสรีภาพอย่างไร ต่างจาก
ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกเมืองหรือในชนบทที่ไม่มีโอกาส ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่จะมีผลต่อการรับรู้
ข้อมูลข่าวสารแม้ว่าจะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ต่างๆ อยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตามประชาชนในชนบท
นี้เองที่มักจะเป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนถูกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพอยู่เสมอๆ ประกอบกับ
วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เป็นคนรักสงบจึงไม่กระตือรือร้นที่จะเรียกร้องหรือต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ และ
สิทธิมนุษยชนของตนเอง หรือในบางครั้งก็ไม่กล้าเรียกร้องเนื่องจากเกรงกลัวอํานาจและอิทธิพลเถื่อน
ที่จะมาคุกคามต่อชีวิตและครอบครัว ประกอบกับระบบการศึกษาของไทยตั้งแต่อดีต เป็นระบบที่
สอนให้เพียงแต่ท่องจํา ขาดการเสริมสร้างเทคนิคการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ และนํามาสู่
การยอมรับในหลักเกณฑ์ทางสังคมที่ถูกกําหนดโดยกลุ่มคนที่เป็นผู้นํา หรือผู้มีอิทธิพลต่อแนวความคิด
หรือถูกชักจูงไปตามกระแสที่บุคคลเหล่านั้นต้องการได้ง่าย
ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (๒๕๕๐) ได้ดําเนินงานโครงการ
ส่งเสริมและติดตามประเมินความก้าวหน้าการปฏิบัติตามนโยบายและแผนปฏิบัติการแม่บทแห่งชาติ
ด้านสิทธิมนุษยชน วัตถุประสงค์ของการจัดทํารายงาน “การส่งเสริมและติดตามประเมิน
ความก้าวหน้าการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐตามนโยบายและแผนปฏิบัติการแม่บทแห่งชาติ
ด้านสิทธิมนุษยชน (แผนแม่บทสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ ๑)” เพื่อสรุปรวบรวม ประมวลผลข้อมูลทุติยภูมิ
จากหน่วยงานที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลไว้แล้ว ประจําปี พ.ศ.๒๕๕๐ ในการติดตามประเมิน
ความก้าวหน้าการปฏิบัติตามนโยบายและแผนฯ ฉบับแรก และนําข้อมูลทุติยภูมิที่ได้จากการติดตาม
รายงานฉบับสมบูรณ์ ๔๖

