Page 63 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 63
บทที่ ๒
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
จุดแข็งที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และที่สําคัญคือ เกิดความสัมพันธ์เชิงอํานาจ
ที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยในสังคมมาช้านาน และน่าจะเป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทยที่ไม่เหมือนชาติอื่นๆ
เป็นสังคมที่มีประชาชนผู้ด้อยโอกาสทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมอยู่กันจํานวนมาก รัฐจึงต้อง
เป็นผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็น
ความคาดหวังและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ให้หลักประกันสิทธิและเสรีภาพของ
ประชาชนอย่างกว้างขวางมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หัวใจสําคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในส่วนที่เป็นพื้นฐานของการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนใน
สังคมไทยมีอยู่ ๓ ประการ คือ
(๑) การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการบริหารบ้านเมือง
ด้วยการประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวางในด้านต่างๆ
(๒) การปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนให้มีความโปร่งใส โดยมี
คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้กํากับดูแล
(๓) การมีกลไกตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐอย่างชัดเจน เช่น บทบาทของวุฒิสภา
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ศาลปกครอง และผู้ตรวจการแผ่นดินของ
รัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๓. ปัญหาในมิติโครงสร้างการพัฒนากับการเมือง ในสังคมไทยมีพัฒนาการในด้านสิทธิ
มนุษยชนในกระแสการเมืองภาคประชาชนและการปฏิรูปทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียง
เครื่องมือกดขี่และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาโดยตลอด การกระทําการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่
บัญญัติได้ชัดแจ้งมักมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการกระทําละเมิดที่คนไทยไม่รู้ตัวด้วยซ้ํา เช่น การซื้อสิทธิ
ขายเสียงในการเลือกตั้ง นับเป็นความล้มเหลวของสิทธิมนุษยชนในฐานะหลักการของการสังคม
การเมือง ภายใต้โครงสร้างอํานาจและกระบวนการพัฒนา เปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยในช่วงทศวรรษ
ที่ผ่านมา พิจารณาจากแง่มุมของโครงสร้าง สัมพันธภาพและกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมแล้ว
การเมืองไทยยังมีความผันผวน รัฐควรตรากฎหมายขึ้นเพื่อกําหนดรายละเอียดแห่งสิทธิ ขอบเขตและ
ข้อจํากัดในการใช้สิทธิ รวมทั้งอาจต้องยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่แล้วให้สอดคล้องกับ
รัฐธรรมนูญ การตรากฎหมายเช่นว่านี้ รัฐธรรมนูญได้วางสภาพบังคับไว้สองด้าน คือ ด้านแรกสภาพ
บังคับทางการเมือง ซึ่งได้กําหนดให้เป็นสิทธิของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน
ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายอันเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพและแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐได้ ในกรณีที่ผู้มี
สิทธิเลือกตั้งเห็นว่ารัฐไม่ได้กระทําหน้าที่ดังกล่าวหรือทําล่าช้า หรือทําแล้วแต่ยังมีสาระไม่เพียงพอ
สภาพบังคับทางกฎหมายซึ่งมีนัยว่า ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง และรัฐมีหน้าที่
ต้องตรากฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ดําเนินการในเวลาที่เหมาะสม ทําให้บุคคล
ผู้ควรได้รับสิทธิดังกล่าวไม่อาจใช้สิทธิได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ อย่างไรก็ตามในการตรากฎหมายนั้น
รายงานฉบับสมบูรณ์ ๔๕

