Page 67 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 67
บทที่ ๒
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
อํานาจนิติบัญญัติที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายฉบับนั้น หรือบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นๆ
“เทศกาลบ้านเมือง” จะเข้ามามีบทบาทก็ต่อเมื่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นเปิดโอกาสให้ โดยจะ
ปรากฏออกมาในรูปของบทบัญญัติที่เรียกกันว่า “บทยุติธรรม” ถ้อยคําที่ปรากฏในบทบัญญัติ
ประเภทนี้มักมีลักษณะเป็นคําอันมีความหมายทั่วไป เช่น “เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม” “มีเหตุ
จําเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้” หรือ “ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน” ซึ่ง
บทบัญญัติที่มีถ้อยคําเหล่านี้ปรากฏอยู่ก็เป็นไปเพื่อให้กฎหมายนั้น มีความ “ยืดหยุ่น” หรือ “อ่อนตัว”
อันหมายความโดยนัยได้ต่อไปว่า ผู้มีอํานาจบัญญัติกฎหมายนั้นประสงค์จะให้ผู้มีอํานาจบังคับใช้
กฎหมายสามารถใช้และตีความกฎหมายนั้นโดยอาศัยเทศกาลบ้านเมือง หรือคุณค่าทางสังคมอื่นเข้ามา
ช่วยได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ความล้าหลังไม่ทันต่อเทศกาลบ้านเมืองของบทบัญญัตินั้นๆ ไม่อาจถูกแก้ไข
ได้ด้วยการใช้และตีความกฎหมายแล้ว ผู้บังคับใช้หรือปรับใช้กฎหมายจะต้องปล่อยให้ฝ่ายนิติบัญญัติ
เข้าแก้ไขเยียวยาบทบัญญัตินั้นแทน ด้วยเหตุที่เกินอํานาจหน้าที่ของตนแล้ว
ประการที่สอง จะต้องจําแนกแยกแยะระหว่าง “เทศกาลบ้านเมือง” ออกจาก
“กระแสแห่งอารมณ์ของ (ผู้คนใน) สังคม” ให้ได้ โดยต้องไม่เข้าใจว่าทั้งสองปรากฏการณ์นั้นเป็น
สิ่งเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น สังคม A วันนี้มีความเหลื่อมล้ํา คนรวยซึ่งมีจํานวนน้อยแต่มีที่ดิน
มีกรรมสิทธิ์จํานวนมาก คนจนซึ่งมีจํานวนมาก แต่แทบจะหาคนที่มีที่ดินทํากินเป็นของตัวได้น้อยมาก
นี่คือสภาวการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน และจากสภาพสังคมเช่นนี้ คนจนออกมาชุมนุม ออกมาประท้วง
บอกว่าพวกตนไม่มีที่ดินทํากิน ขอที่ดินทํากินด้วย เอาที่ดินมาจากคนรวย เอามาให้พวกตนทํากิน
คนรวยแสดงออก ซึ่งความคิดของตนในเฟซบุ๊กว่าที่ดินที่ของเขาจํานวนมาก เขาหาได้มาโดย
น้ําพักน้ําแรงของเขาเอง หรือไม่ก็นับแต่รุ่นปู่รุ่นย่าของพวกเขา จะเอามาแบ่งให้คนอื่นได้อย่างไร ผู้คน
เห็นแตกต่างกัน แต่ละคนแต่ละฝ่ายต่างแสดงออกซึ่งความเห็นของตนหรือพวกตนให้ปรากฏแก่บุคคล
อื่นๆ ในสังคม นั้น นี่คือกระแสแห่งอารมณ์ของ (ผู้คนใน) สังคม กระแสแห่งอารมณ์เช่นนี้ ถ้ายัง
ดําเนินอยู่โดยต่างคนต่างแสดงออกความคิดของ (พวก) ตนโดยไม่ (พยายาม) สนใจหรือ (พยายาม)
รับฟังความเห็นของ คนอื่นหรือฝ่ายอื่น ความแตกต่างกันนี้ได้ก่อให้ผู้คนในสังคมนั้นเกิดความขัดแย้ง
จนกลายเป็นความรุนแรงในที่สุด สังคมนั้นก็จะมีสภาพกลียุค นี่ก็แปรมาเป็นสภาวการณ์ของบ้านเมือง
อีกเช่นกัน “สภาวการณ์บ้านเมือง หรือเทศกาลบ้านเมือง” กับ “กระแสแห่งอารมณ์ของ (ผู้คนใน)
สังคม” แม้จะแตกต่างกัน แต่ก็เป็นเหตุปัจจัยของกันและกัน ไม่ได้แยกขาดจากกันไปเลยอย่างสมบูรณ์
และ ประการต่อมา การบังคับหรือปรับใช้กฎหมายโดยที่ต้องจําแนกสองปรากฏการณ์ดังกล่าวให้ได้
และบังคับหรือปรับใช้กฎหมายโดยให้ความสําคัญกับเทศกาลบ้านเมืองเป็นที่ตั้งนั้น ผู้มีอํานาจพึงจัก
ต้องดําเนินการปรับและบังคับใช้กฎหมายโดยระลึกอยู่เสมอว่าตนมีหน้าที่ทําให้เจตนาของสังคม
“ความยุติธรรม” เกิดเป็นจริงขึ้นให้ได้ในสังคม โดยตนนั้นจะต้องไม่ทําไปเพื่อให้คนพวกไหนรัก
หรือไม่ทําเพราะกลัวว่าคนพวกนั้นจะเกลียด หรือรักคนพวกนี้เลยทําประโยชน์ให้เพียงแต่คนพวกนี้
รายงานฉบับสมบูรณ์ ๔๙

