Page 61 - รายงานฉบับสมบูรณ์ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ 1
P. 61
บทที่ ๒
ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ตํารวจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ระยะที่ ๑
(๔) ไม่ควบคุมเด็กและเยาวชนร่วมกับผู้กระทําความผิดที่เป็นผู้ใหญ่ หรือไม่คุมขัง
ผู้หญิงร่วมกับผู้ชาย เว้นแต่เป็นกรณีที่มีกฎหมายและระเบียบแบบแผนอนุญาต
ข้อ ๒๑ ข้อมูลข่าวสารที่ข้าราชการตํารวจได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ
๑๙ หรือจากการปฏิบัติหน้าที่อื่น ข้าราชการตํารวจจะต้องรักษาข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นความลับอย่าง
เคร่งครัด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์หรือชื่อเสียงของบุคคล หรืออาจเป็นคุณหรือเป็น
โทษทั้งต่อผู้เสียหายหรือผู้กระทําความผิด ข้าราชการตํารวจจะเปิดเผยข้อมูลนั้นได้ต่อเมื่อมีความ
จําเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเพื่อประโยชน์ในราชการตํารวจที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อการ
ดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น (กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ,๒๕๕๔)
สรุปได้ว่า จริยธรรมและจรรยาบรรณตํารวจ เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตํารวจทุกคน พึงถือ
ปฏิบัติเพื่อช่วยส่งเสริมให้ตํารวจเป็นที่ยอมรับในสังคมทั่วไป ผู้บังคับบัญชาให้ความไว้วางใจ เพื่อนฝูง
ญาติพี่น้องให้ความรักและไว้วางใจ ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อถือและยึดถือเป็นตัวอย่าง คณะผู้วิจัยจึงได้นํา
แนวคิดดังกล่าวมาทําการศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตํารวจต่อการบังคับใช้
กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน เพื่อเสนอแนะแนวทางการบังคับ
ใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตํารวจในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของ
ประชาชน
๒.๔ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
โสภารัตน์ จารุสมบัติ (๒๕๔๗) ได้ดําเนินงานโครงการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเรื่องสิทธิ
เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชนชาวไทย ผลการดําเนินงาน สรุปว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะได้กล่าวถึง
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้เสียหายจากการดําเนินคดีของเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้อย่างชัดเจน แต่
ประชาชนชาวไทยบางส่วนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมแล้วไม่มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
เนื่องจากสาเหตุต่างๆ เช่น เพราะได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย เชื่อว่าการร้องทุกข์ไม่เกิด
ประโยชน์ เบื่อหน่ายขั้นตอนการทํางานของตํารวจ ไม่อยากเป็นคดีความ ขาดความเข้าใจในเรื่องสิทธิ
และเสรีภาพของตน ประกอบกับขั้นตอนและกระบวนการทางยุติธรรมมีความซับซ้อนและต้องใช้
ระยะเวลาในการพิสูจน์ความผิด หรือการสืบสวนคดีต่างๆ เป็นเวลานาน และมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน
ทําให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายและท้อแท้ และหากเป็นกรณีที่เป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อย
หรือเป็นกรณีที่ผู้เสียหายอาจจะเกิดความอับอายด้วยแล้วนั้น ยิ่งไม่กล้าที่จะไปแจ้งความหรือร้องทุกข์
เอาผิดกับใครเนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย ทําให้การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนชาวไทย
ในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายไม่สามารถดําเนินไปได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย สาเหตุต่างๆ เหล่านี้เองที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสิทธิและเสรีภาพของ
ประชาชนชาวไทยในกระบวนการยุติธรรม
รายงานฉบับสมบูรณ์ ๔๓

