Page 65 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 65
หน้ า | ๕๑
สิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติจะต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วน
ได้ส่วนเสียก่อน ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหา
๒) การมองน้ําเป็นทรัพยากรการผลิตเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
โครงการพัฒนาแหล่งน้ําโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปเพื่อ
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น เพื่อการเกษตร อุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยมองน้ําคือทรัพยากรการผลิต และ
หน่วยงานมีหลักคิดในการจัดหาน้ําให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้น้ํา (Supply Management) มากกว่าที่จะ
จัดการด้านความต้องการใช้น้ํา (Demand Management) ทําให้เกิดโครงการพัฒนาแหล่งน้ําในพื้นที่ต้นน้ํา เช่น
โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น โครงการเขื่อนท่าแซะ เป็นต้น ในอีกด้านหนึ่ง ในขณะที่ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่
โครงการ มีวิถีชีวิตที่ต้องพึงพาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์เศรษฐกิจของชุมชนขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์
ของระบบนิเวศน์ จึงวิตกว่า จะมีผลต่อการประกอบอาชีพและคุณภาพชีวิต ทําให้ชุมชนต่อต้าน เพราะชุมชนไม่
เชื่อว่าการที่เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น จะทําให้เศรษฐกิจของพวกเขาดีขึ้น ชุมชนเห็นว่าโครงการพัฒนาของ
ภาครัฐนั้น ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่มากกว่าเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งที่ผ่านมา
เรื่องการชดเชยต่อผู้เสียประโยชน์หรือผู้เสียสละในการโครงการพัฒนาของภาครัฐ ไม่มีการชดเชยค่าเสียโอกาสใน
การประกอบอาชีพในอนาคต เพียงแต่ชดเชยตามมูลค่าทรัพย์สินในปัจจุบันเท่านั้น จนทําให้มีการร้องเรียนเรื่อง
การชดเชยและค่าเสียโอกาส ในหลายกรณี
๓) การไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของชุมชน
จากที่ผ่านมา สิทธิในการจัดการทรัพยากรน้ํารวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ เป็นของ
หน่วยงานภาครัฐ แม้ว่าหลักการ นโยบาย ระบุถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการบริหารจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งทรัพยากรน้ําด้วยก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติอํานาจในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ
ทรัพยากรน้ํา เช่น การเปิด-ปิดประตูระบายน้ํา การตัดสินใจในการพัฒนาแหล่งน้ํา ยังคงเป็นอํานาจการตัดสินใจ
ของหน่วยงานภาครัฐ ยังไม่มีกลไกและระบบการตัดสินใจร่วมกันอย่างแท้จริง
แม้ว่าในแต่ละลุ่มน้ําจะมีคณะกรรมการลุ่มน้ํา ที่เป็นกลไกที่จะทําให้เกิดการมีส่วนร่วมในการ
ตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ําแล้วก็ตาม แต่เนื่องจาก ข้อจํากัด ด้านกฎหมายที่พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํายัง
ไม่ประกาศใช้ ทําให้คณะอนุกรรมการลุ่มน้ํา ยังไม่เป็นนิติบุคคลไม่มีอํานาจที่แท้จริงตามกฎหมาย การมีส่วนร่วมใน
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําจึงยังไม่สามารถเป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ และเป็นสาเหตุสําคัญประการหนึ่งของ
ความขัดแย้ง ที่ร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
การไม่มีส่วนร่วมของชุมชน ในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ทําให้
ข้อมูลในมิติ เรื่องระบบนิเวศน์และวิถีชีวิตของชุมชน รวมทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ชุมชนได้รับจากความอุดม
สมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ ไม่ได้รับการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของเทคนิคความรู้ทางวิชาการ ที่ชาวบ้านทั่วไปไม่
สามารถที่จะเข้าใจได้ ทําให้การตัดสินใจยอมรับหรือไม่ยอมรับ ไม่ได้มาจากความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง หรือการให้
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

