Page 64 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 64
๕๐ | หน้ า
มหาสารคาม และกรณีผลกระทบจากโรงต้มเกลือในพื้นที่ตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา
ทั้งสองกรณี ความขัดแย้งมีสาเหตุมาจากกิจกรรมต้มเกลือสูบเกลือ ได้ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของดินเค็มซึ่ง
ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน อันส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของ
ประชาชน ทําให้ไม่สามารถทําการเกษตรได้เลย ไม่ว่าจะการทํานา หรือเลี้ยงสัตว์น้ํา และยังก่อให้เกิดผลกระทบ
สืบเนื่องต่อมาก็คือ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และผลกระทบทางด้านสังคม
๘) ความขัดแย้งที่เกิดจากการบุกรุกที่สาธารณะ มีการร้องเรียน ๒ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๓.๕๑
ได้แก่ กรณีขอให้ตรวจสอบ และบุกรุกทําลาย หนองน้ําสาธารณะหนองญาติ ที่อําเภอเมือง จังหวัดนครพนม
ซึ่งหน่วยราชการหลายหน่วยงานได้เข้าไปใช้ประโยชน์และก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ทําให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าใช้
ประโยชน์ร่วมกันในหนองน้ําสาธารณะได้เหมือนเดิม และกรณีการทําสวนส้มในพื้นที่ตําบลเมืองนะ อําเภอเชียง
ดาว จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ําสาธารณะของชาวบ้านได้มีนายทุนเข้าไปกว้านซื้อที่ดิน เพื่อทํา
สวนส้ม แต่ปรากฏว่าได้มีการขยายเขตสวนส้มรุกล้ําเข้าไปในพื้นที่สาธารณประโยชน์ของชุมชน รุกล้ําภูเขาและ
ป่าไม้ นอกจากนี้ยังมีการสูบน้ําจากแหล่งน้ําสาธารณะของชุมชนไปใช้ในสวนส้มจํานวนมาก ทําให้ชาวบ้านหลาย
หมู่บ้านประสบปัญหาการขาดแคลนน้ํา
๙) ความขัดแย้งจากกรณีอื่น ๆ มี ๑ กรณี คิดเป็นร้อยละ ๑.๗๖ คือ กรณีเขื่อนศรีนครินทร์สร้าง
ทับรอยเลื่อนเปลือกโลก อําเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ทําให้ราษฎรใน
จังหวัดกาญจนบุรีเกิดความกังวลว่าจะไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากเขื่อนศรีนครินทร์ สร้าง
ทับอยู่บนรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ซึ่งยังเป็นรอยเลื่อนเปลือกโลกที่ยังมีพลังอยู่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่ใส่ใจต่อ
ความกังวลของราษฎร ไม่ดําเนินการเตรียมการเตือนภัยและฝึกซ้อมเส้นทางหลบภัย
รากของปัญหาความขัดแย้ง
จากการวิเคราะห์สาเหตุของการร้องเรียน รากของปัญหาที่เป็นที่มาความขัดแย้งนั้นมีสาเหตุ
สําคัญ ประกอบด้วย
๑) ความเข้าใจและการยอมรับเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร
รากของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ วิธีคิดและความเข้าใจเรื่องสิทธิในการเข้าถึงและ
การจัดการทรัพยากรของของหน่วยงานภาครัฐและชุมชนมีความแตกต่างกัน หน่วยงานภาครัฐมอง
ทรัพยากรธรรมชาติเชิงกายภาพ และผูกติดอยู่กับพื้นที่และชนิดของทรัพยากร เช่น กรมชลประทานดูแลการ
จัดการน้ํา กรมป่าไม้ดูแลการจัดการป่าไม้ กรมขนส่งทางน้ําและพาณิชย์นาวีรับผิดชอบแม่น้ําลําคลอง เป็นต้น
รวมทั้งถือว่าสิทธิในการบริหารจัดการแหล่งน้ํา เป็นสิทธิของหน่วยงานภาครัฐ ทําให้ละเลยสิทธิของชุมชนในการ
เข้าถึงและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แม้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับ พุทธศักราช ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐
จะให้สิทธิกับชุมชน ในการมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและ
ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งระบุว่าการดําเนินโครงการใด ๆ ที่อาจก่อผลกระทบที่รุนแรงต่อคุณภาพ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

