Page 235 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 235

ผ -  | ๑๐๑



               กรณีร้องเรียนที่       ๒๕๘/๒๕๔๘                    รายงานที่ ตส. ๙๖/๒๕๕๐


               เรื่อง  สิทธิชุมชน  กรณีการดูดทรายในพื้นที่บ้านผึ้ง  ตําบลหนองแค  อําเภอราศีไศล จังหวัดศรีษะเกษ


               สภาพปัญหา

                           ในพื้นที่บ้านผึ้ง  ตําบลหนองแค  อําเภอราษีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  ได้มีการดูดทรายมานานแล้ว
               กว่า ๑๘ ปี  ทั้งที่พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตดูดทรายมีเพียง ๔ ไร่  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจ้าของท่าทรายได้ดูดทราย

               รุกล้ําเข้าไปในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติดงภูดิน ทําให้พื้นที่ฝั่งดังกล่าวพังทลายลง ส่งผลกระทบให้บ้านเรือน

               ราษฎรแตกร้าว บ่อน้ําตื้นมีรสจืดและระดับน้ําใต้ดินลดลงทําให้ไม่สามารถใช้การได้
                           บ้านผึ้ง ตําบลหนองแค  อําเภอราษีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  มีแม่น้ํามูนและป่าชุมชนดงภูดิน ซึ่งเป็น

               พื้นที่หลักในการทํามาหากินของราษฎร  เช่น หาปลา  ที่พักสัตว์ในฤดูน้ําหลาก เก็บหาของป่า เป็นต้น ต่อมาพื้นที่
               ดังกล่าวมีผู้ประกอบการได้ขอสัมปทานดูดทราย ได้แก่ ท่าทรายพนมศักดิ์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจท้องถิ่น มีระยะสัมปทาน

               มามากกว่า ๑๘ ปีแล้ว  ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของราษฎรบ้านผึ้งและหมู่บ้าน
               ใกล้เคียง ทําให้ราษฎรเรียกร้องเพื่อให้ยกเลิกท่าทราย



               ความเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                           จากการตรวจสอบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพบว่า การดูดทรายเป็นกิจการประเภทหนึ่งที่

               ส่งผลกระทบต่อชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง เช่น ตลิ่งพัง ชุมชนสองฝั่งน้ําเสี่ยงต่อดินทรุด น้ํา
               ขุ่น ทําให้ระบบนิเวศลําน้ําเสื่อมสภาพ ก่อให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางน้ําอย่างไม่เป็นธรรมชาติ การขนส่งทราย

               ทําให้ถนนพัง สร้างความรบกวนและเป็นอันตรายต่อชุมชน แต่กลับไม่มีการประกาศให้กิจการดูดทรายเป็นกิจการที่

               จะต้องทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
                           นอกจากนี้ กระบวนการอนุญาตและการกําหนดพื้นที่ (Zoning)  ในปัจจุบัน ขาดการมีส่วนร่วมของ

               ประชาชนและชุมชน มีเพียงแต่เฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น ขาดหลักวิชาการในการกําหนดพื้นที่
               (Zoning) ที่คํานึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ ลําน้ํา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                           การให้ดําเนินการดูดทราย ทั้งที่ใบอนุญาตสิ้นสุดแล้วและอยู่ระหว่างการขออนุญาต เป็นการเปิด

               โอกาสให้มีการดูดทรายต่อไปได้จนกว่าจะมีคําสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ทําให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบการได้
               เกินระยะเวลาที่ได้รับสัมปทาน อย่างไรก็ตาม สําหรับกรณีร้องเรียนการดูดทรายบริเวณบ้านผึ้ง ตําบลหนองแค

               อําเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ประกอบการได้หยุดกิจการแล้ว จึงมีความเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ ดังนี้
                             ๑. ในการกําหนดพื้นที่ (Zoning) ให้ดูดทรายแต่ละลําน้ํา จําเป็นจะต้องมีการกําหนดพื้นที่ที่

               เหมาะสมในการดูดทราย ซึ่งจะต้องมีข้อมูลทางวิชาการทั้งหมดที่ชัดเจนว่า การประกอบการจะส่งผลกระทบน้อย

               ที่สุด และต้องคํานึงถึงปริมาณทรายที่ยอมรับได้ต่อระบบธรรมชาติ
                             ๒. การดูดทรายเป็นกิจการที่จะต้องทําการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีหน่วยงานทาง

               สิ่งแวดล้อมกํากับดูแล ทั้งก่อนการอนุญาตและระหว่างประกอบการ
                             ๓. การดูดทรายเป็นกิจการที่จะต้องมีกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน ทั้ง

               ก่อนการอนุญาตและระหว่างประกอบการ


                       รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239   240