Page 232 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 232

๙๘ | - ผ



                        กรณีร้องเรียนที่      ๔๘๐/๒๕๔๖                     รายงานที่  ตส.   ๗๐/๒๕๕๐


            เรื่อง      สิทธิชุมชน  กรณีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากการดูดทรายในแม่น้ําชี  ตําบลค้อเหนือ

                   อําเภอเมือง  จังหวัดยโสธร


            สภาพปัญหา
                    ในพื้นที่ตําบลค้อเหนือได้มีการอนุญาตให้มีการดูดทรายในแม่น้ําชีมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ในระยะแรกการดูด

            ทรายยังไม่มีปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน แต่ในระยะหลังได้ทําให้ระบบนิเวศน์ของลุ่มน้ําเปลี่ยนแปลงไป

            จนกระทั่งมีการให้สัมปทานมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ลุ่มน้ํา ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายที่เป็นแหล่ง
            เพาะพันธุ์ปลา วังน้ําต่างๆ ที่เป็นที่อยู่อาศัยของปลา ป่าบุ่งทามที่เป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์ พื้นที่ป่าคุยชีที่

            เป็นแหล่งปลูกพืชสวนครัว ทําให้ราษฎรในพื้นที่ตําบลค้อเหนือ อําเภอเมือง จังหวัดยโสธร และราษฎรในพื้นที่
            ตําบลชานุวรรณ และตําบลแสนสุข อําเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกันได้รับความเดือดร้อนเป็น

            จํานวนมาก ครั้นเมื่อปี ๒๕๔๕ ราษฎรในเขตตําบลค้อเหนือและตําบลชานุวรรณ ได้รวมตัวกันคัดค้านการให้
            สัมปทานการดูดทรายดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ทําให้จังหวัดยโสธรไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการ

            ดําเนินการดูดทรายในเขตพื้นที่ที่ราษฎรร้องเรียน


                        ความเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                             ๑. การประกอบการดูดทรายเป็นกิจการที่สร้างปัญหาต่อสภาพแวดล้อม ความสงบสุข และ
            สุขภาพอนามัยของชุมชน รวมถึงเป็นกิจการที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในชุมชน เห็นควรหาแนวทางให้เป็นกิจการ

            ที่ต้องควบคุมการดําเนินการทั้งในเรื่องการกําหนดเขตพื้นที่ (Zoning) และกระบวนการประกอบกิจการ โดย

            เร่งด่วน
                             ๒. การที่สมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบลค้อเหนือ ได้แสดงความเห็นคัดค้านการ

            ประกอบการดูดทราย เพื่อมุ่งหวังการรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมส่วนรวมไว้ และจังหวัดยโสธรไม่อนุญาตให้มี
            การประกอบการดูดทรายในพื้นที่ ถือเป็นการปฏิบัติที่คํานึงถึงผลประโยชน์และสิทธิของชุมชน อันเป็นแบบอย่างที่

            ดี

                             ๓. การควบคุมกิจการดูดทรายไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากจะต้องยึดหลักการ
            กําหนดเขตพื้นที่แล้ว จะต้องคํานึงถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนที่จะได้รับผลกระทบเป็นสําคัญ ไม่ควรอ้าง

            ความเห็นของประชาชนทั้งตําบลซึ่งอาจได้รับประโยชน์ด้วย และจะต้องคํานึงถึงปริมาณทรายที่ถูกดูดออกไป ไม่ให้
            มีปริมาณเกินกว่าที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

                             ๔. การอนุญาตพื้นที่สัมปทานดูดทรายในเขตรอยต่อสองจังหวัด จําเป็นที่จะต้องมี

            คณะกรรมการควบคุมดูแลร่วมกันทั้งสองจังหวัด โดยให้ชุมชนที่เกี่ยวข้องและองค์การบริหารส่วนตําบลในพื้นที่
            รับผิดชอบได้เข้าร่วมการประชุมก่อนการพิจารณา

                    ๕. การออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการที่ยื่นขออนุญาตแบบปีต่อปี กรณีที่ใบอนุญาตหมดอายุลงและ
            ผู้ประกอบการได้ยื่นขอต่อใบอนุญาตแล้ว ในระหว่างที่รอการอนุมัติ ผู้ประกอบการสามารถดําเนินการดูดทราย

            ต่อไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะมีการออกใบอนุญาตให้ ทําให้การดูดทรายดําเนินการไปโดยไม่มีการตรวจสอบและ


                    รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   227   228   229   230   231   232   233   234   235   236   237