Page 38 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 38
36
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
๑.๔ สิทธิในก�รเข้�ชื่อถอดถอนผู้ดำ�รงตำ�แหน่งท�งก�รเมืองและข้�ร�ชก�รระดับสูง
การเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำารงตำาแหน่งทางการเมืองถือเป็นกลไกใหม่ของภาคประชาชน ในการ
ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น และการประพฤติมิชอบของนักการเมือง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้กำาหนดกระบวนการถอดถอน
นักการเมืองมีอยู่ ๓ ช่องทาง
ช่องทางที่ ๑ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หนึ่งในสี่เข้าชื่อกัน
ช่องทางที่ ๒ ประชาชนห้าหมื่นคนเข้าชื่อกัน
ช่องทางที่ ๓ ผู้เสียหายฟ้องร้องด้วยตนเอง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ยังคงเรื่องการเข้าชื่อถอดถอนไว้ใน
มาตรา ๑๖๔ แต่ลดจำานวนประชาชนที่เข้าชื่อลงจาก ๕๐,๐๐๐ คน เหลือ ๒๐,๐๐๐ คน ในการถอดถอน
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นกระบวนการเริ่มต้นที่ทำาให้ประชาชน
สามารถดำาเนินการไต่สวนได้ หากพบว่า มีมูลตามเหตุในการยื่นถอดถอนระบุ ตามมาตรา ๒๗๐ เช่น
ร่ำารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ใช้อำานาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงเรื่องการ
ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
กระบวนการถอดถอนผู้ดำารงตำาแหน่งทางการเมือง ถือเป็นเรื่องทางการเมือง โดยการถูก
ถอดถอนจะนำาไปสู่การถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ปี และหากพบว่ามีความผิดทางอาญาด้วย เช่น
กรณีร่ำารวยผิดปกติ ทุจริตคอรัปชั่น เรื่องก็จะถูกส่งไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำารงตำาแหน่ง
ทางการเมือง
๑.๕ สิทธิเสรีภ�พในก�รชุมนุม
เรื่องสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมได้มีการบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญตลอดมา เพราะถือเป็น
เรื่องสำาคัญในระบอบประชาธิปไตย
ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มีการจัดทำาร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบการชุมนุมใน
ที่สาธารณะ ห้ามชุมนุมบนผิวจราจร หากต้องการชุมนุมต้องขออนุญาตต่อประธานกรรมการพิจารณา
คือ ผู้บัญชาการกองบังคับการตำารวจนครบาล (ในกรุงเทพฯ) หรือผู้ว่าราชการจังหวัด (ในต่างจังหวัด)
โดยประธานฯ สามารถสั่งสลายการชุมนุมได้ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำาคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐
บาท หรือทั้งจำาและปรับ ซึ่งรัฐบาลมีความพยายามที่จะเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณา
ของสภาผู้แทนราษฎร

