Page 200 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 200
๓.๓) พื้นที่สวนปาที่ปลูกตามเงื่อนไขสัมปทาน ประชาชนดวยการแยงชิงที่ดินมาจากประชาชน โดย
ของ อ.อ.ป. ไดทับซอนพื้นที่ทำกินของประชาชน อ.อ.ป. อางสิทธิตามกฎหมายที่ดำเนินการไดอยาง
ซึ่งเปนการตั้งถิ่นฐานบุกเบิกที่ทำกินมากอนการเปน เต็มที่ตอการใชประโยชนจากพื้นที่ที่ไดรับมอบจาก
พื้นที่สวนปา แตไมมีเอกสารสิทธิที่ดิน ทาง อ.อ.ป. กรมปาไม ดวยการทำลายปาธรรมชาติและปลูก
ไดดำเนินการโดยเสนอเงื่อนไขใหประชาชนสมัคร สรางสวนปาขึ้นใหม ตามโครงการปลูกสรางสวนปา
เปนสมาชิกสวนปา หากไมเปนสมาชิก หรือขาย ตามเงื่อนไขสัมปทาน การดำเนินการดังกลาวไม
สิทธิในที่ดิน อ.อ.ป.จะจับกุมและดำเนินคดี ชอบดวยกฎหมาย และปาธรรมชาติที่ถูกทำลายก็ไม
กรณีรองเรียนของปญหานี้ไดแก สวนปา อยูในเกณฑของเปอรเซ็นตรอดตายต่ำตามระเบียบ
ไชยา ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎรธานี กรมปาไมวาดวยการอนุญาตใหทำการปลูกสราง
๓.๔) การบุกรุกและยึดที่ดินทำกินของ สวนปา หรือปลูกไมยืนตนภายในเขตปาสงวนแหง
ประชาชนในพื้นที่ทั้งที่มีเอกสารสิทธิ และไมมี ชาติ พ.ศ.๒๕๓๐ ขอ ๔.๑ ๔
เอกสารสิทธิที่ดิน โดยบังคับใหประชาชนขายสิทธิใน ตามเจตนารมณของกฎหมายดังกลาวเพื่อ
ที่ดินใหแก อ.อ.ป.ในกรณีที่มีเอกสารสิทธิที่ดิน ใน ใหการปลูกปาทดแทนนำไปสูการฟนฟูปา
กรณีที่ไมมีเอกสารสิทธิที่ดิน ไดดำเนินการปลูก ธรรมชาติ ดังนั้นการฟนฟูดูแลรักษาสวนปาใหกลับ
สวนปายางพารา และปาลมน้ำมันทับที่ดินทำกิน คืนเปนปาธรรมชาติ จึงเปนเงื่อนไขสำคัญของการ
ของประชาชน โดยการขมขูคุกคาม สงมอบพื้นที่ใหกับ อ.อ.ป. เพื่อนำไปปลูกสรางสวน
กรณีรองเรียนของปญหานี้มี ๒ กรณี ใน ปาทดแทนปาธรรมชาติที่ไดรับอนุญาตสัมปทานทำ
พื้นที่สวนปาคลองทอม ต.เพหลา อ.คลองทอม ไมไปแลว
จ.กระบี่ ผูรองเรียนไดแก ๑) นางเนียน ถิ่นปกาสัย
และ ๒) นายสอง ไชยสวัสดิ์ Ù. °“√®—¥°“√æ◊Èπ∑’˪≈Ÿ°ªÉ“µ“¡‡ß◊ËÕπ‰¢
ลักษณะของปญหาดังกลาวแสดงใหเห็นวา —¡ª∑“π
การดำเนินการของ อ.อ.ป. ไมไดสรางการมีสวนรวม จากการศึกษา “ทางเลือกและรูปแบบการ
ของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งสรางความขัดแยงกับ
๔
เดิมกำหนดวา “ปาเสื่อมโทรม“ หมายความวา พื้นที่ปาในบริเวณปาสงวนแหงชาติทั้งหมดหรือบางสวน มีไมมี
คาที่มีลักษณะสมบูรณเหลืออยูเปนสวนนอย และปานั้นยากที่จะกลับฟนคืนดีไดตามธรรมชาติ โดยมีลูกไมขนาด
ความสูงเกิน ๒ เมตรขึ้นไป ขึ้นกระจายอยูทั่วพื้นที่ไมเกินไรละ ๒๐ ตน หรือมีไมขนาดความโตวัดโดยรอบลำตน
ตรงที่สูง ๑๐๐ เซนติเมตร ตั้งแต ๕๐-๑๐๐ เซนติเมตร ขึ้นกระจายอยูทั่วพื้นที่ไมเกินไรละ ๘ ตน หรือมีไมขนาด
ความโตเกิน ๑๐๐ เซนติเมตรขึ้นไปขึ้นกระจายอยูทั่วพื้นที่ไมเกินไรละ ๒ ตัน หรือพื้นที่ปาที่มีไมเขาหลักเกณฑ
ทั้ง ๓ ลักษณะดังกลาวเมื่อรวมกันแลวตองมีจำนวนไมเกินไรละ ๑๖ ตน
ตอมามีการแกไขเปนปาไมที่มีไมมีคาซึ่งมีลักษณะสมบูรณเหลืออยูเปนสวนนอย และปานั้นยากที่จะกลับ
ฟนคืนดีไดตามธรรมชาติ โดยมีไมขนาดความโตวัดโดยรอบลำตนตรงที่สูง ๑๓๐ เซนติเมตร ตั้งแต ๕๐ – ๑๐๐
เซนติเมตร ขึ้นกระจายอยูทั่วพื้นที่ไมเกินไรละ ๘ ตน หรือมีไมขนาดความโตเกิน ๑๐๐ เซนติเมตรขึ้นไป ขึ้น
กระจายอยูทั่วพื้นที่ไมเกินไรละ ๒ ตน
นอกจากนี้ระเบียบกรมปาไมวาดวยการปฎิบัติเกี่ยวกับปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ขอ ๒๔ ไดระบุไว
อยางชัดเจนวา “เมื่อปรากฏวาปาสงวนแหงชาติแหงใดมีสภาพเสื่อมโทรม ไมมีคาเหลืออยูสวนนอยและปาสงวน
แหงชาตินั้นไมอาจกลับฟนคืนดีไดเองตามธรรมชาติ และมีผูที่ประสงคขอรับอนุญาตเปนหนังสือทำการบำรุงปา
หรือปลูกสรางสวนปาก็ใหยื่นคำขอตามแบบ ๗ ทายระเบียบนี้....”
199

