Page 153 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 153

‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π                            °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
                                                       ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé



            อนุญาตใหกลับคืนไปอยูในความดูแลของกรมชลประทาน และใหทำเครื่องหมายโดยการใชสีแดงทารอบ
            พื้นที่แนวเขต

            °ÆÀ¡“¬ ·≈–√–‡∫’¬∫∑’ˇ°’ˬ«¢âÕß
                   ๑) พระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ.๒๕๐๗

                   มาตรา ๑๖ อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจอนุญาตใหบุคคลหนึ่งบุคคลใดเขาทำประโยชนหรือ
            อยูอาศัยในเขตปาสงวนแหงชาติได ในกรณี ดังตอไปนี้
                   (๑) การเขาทำประโยชนหรืออยูอาศัยในเขตปาสงวนแหงชาติ คราวละไมนอยกวา หาปแตไมเกิน

            สามสิบป ในกรณีที่ผูไดรับอนุญาตเปนสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณ
            จะอนุญาต โดยใหยกเวนคาธรรมเนียมทั้งหมดหรือบางสวนตามที่ เห็นสมควรก็ได
                   (๒) การเขาทำประโยชนเกี่ยวกับการทำเหมืองแรตามกฎหมายวาดวยแร คราวละไมเกินสิบป โดย
            ใหไดรับยกเวนไมตองขอรับใบอนุญาต เก็บหาของปาและไมตองเสียคาภาคหลวงของปาตามพระราชบัญญัติ
            นี้สำหรับ แร ดินขาว หรือหิน แลวแตกรณี

                   การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดี
            กำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรี
                   มาตรา ๒๐ ในกรณีปาสงวนแหงชาติแหงใดมีสภาพเปนปาเสื่อมโทรมตามมาตรา ๑๖ ทวิ ใหอธิบดี

            โดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจอนุญาตเปนหนังสือใหบุคคลหนึ่งบุคคลใดทำการบำรุงปาหรือปลูกสรางสวนปา
            หรือไมยืนตน ในเขตปาเสื่อมโทรมไดภายในระยะเวลาและตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสืออนุญาต แตใน
            กรณีที่จะอนุญาตใหเกิน ๒,๐๐๐ ไร ตองไดรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรีอาจกำหนดใหผูรับอนุญาต
            เสียคาตอบแทนใหแกรัฐบาลได ตามจำนวนที่เห็นสมควรโดยประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ
                   ๒) รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ (ที่บังคับใชในขณะนั้น)

                   มาตรา ๔๖ บุคคลซึ่งรวมกับเปนชุมชนทองถิ่นดังเดิมยอมมีสิทธิอนุรักษหรือฟนฟูจารีตประเพณี
            ภูมิปญญาทองถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่นและของชาติ และมีสวนรวมในการจัดการ การบำรุง
            รักษา และการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้ตามที่

            กฎหมายบัญญัติ
                   มาตรา ๕๖ สิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐ และชุมชน ในการบำรุงรักษา และการไดประโยชน
            จากทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพและในการคุมครองสงเสริม และรักษาคุณภาพ
            สิ่งแวดลอม เพื่อใหดำรงชีพอยูไดอยางปกติ และตอเนื่องในสิ่งแวดลอมที่จะไมกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพ
            อนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ยอมไดรับความคุมครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

                   มาตรา ๘๔ รัฐตองจัดระบบการถือครองที่ดินและการใชที่ดินอยางเหมาะสม จัดหาแหลงน้ำเพื่อ
            เกษตรกรรมใหเกษตรกรอยางทั่วถึงและรักษาผลประโยชนของเกษตรกรในการผลิตและการตลาดสินคา
            เกษตรใหไดรับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งสงเสริมการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อวางแผนการเกษตรและรักษา

            ผลประโยชนรวมกันของเกษตรกร



       152
   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158