Page 148 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 148
• แปลง ๒,๘๓๐ ไร ไมเหมาะสมที่จะนำไปจัดสรรใหกับราษฎร เนื่องจากเปนพื้นที่อยูกลาง
พื้นที่ปาลอมรอบดวยพื้นที่เขตรักษาพันธุสัตวปาดงใหญ ซึ่งเปนสวนหนึ่งของผืนปา
เขาใหญ - ดงพญาเย็น ที่องคการยูเนสโกไดประกาศเปนเขตมรดกโลกไปแลว หากอนุญาตให
ราษฎรเขาไปทำกินในบริเวณดังกลาว อาจทำใหเกิดผลกระทบตามมาหลายประการดวยกัน
• แปลง ๓๙๐๒ ไร ก็ไมมีความเหมาะสมที่จะนำพื้นที่ไปจัดสรรแกราษฎรเชนเดียวกัน
เนื่องจากเปนพื้นที่ติดกับอางเก็บน้ำลำนางรองตลอดแนวดานทิศตะวันออกทั้งหมด อาจ
สงผลกระทบตอการพังทลายของดิน คุณภาพของน้ำ ซึ่งราษฎรอำเภอโนนดินแดงและ
อำเภอใกลเคียงไดใชเปนแหลงน้ำ อุปโภค เกี่ยวกับสารพิษตกคางในดินและน้ำจากการใช
สารเคมีทำอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งสารพิษจะถายทอดสูคนในลักษณะทางหวงโซอาหาร และเจาหนาที่
จากสำนักงานสิ่งแวดลอมภาคที่ ๑๑ นายวิชัย สุกิจมงคลกุล นักวิชาการสิ่งแวดลอม ๗ ว ไดชี้แจง
เพิ่มเติมใหทางคณะทำงานทราบวา ขณะนี้รอผลการวิเคราะหตัวอยางน้ำบางจุดของอางเก็บน้ำ
ลำนางรองจากกรมควบคุมมลพิษเปนประการใดจะแจงใหทราบในโอกาสตอไป
สวนประการสุดทาย คณะทำงานฯ ไมเห็นความจำเปนตองมีคณะทำงานในสวนของภาค
ประชาชนเขารวมเปนคณะทำงานดวย เนื่องจากขอมูลตางๆ เกี่ยวกับการแกไขปญหาราษฎรนั้นมี
ครบถวนแลว
(๘) กรณีแปลงปลูกสรางสวนปาของบริษัทวนเกษตรไทย จำกัด ไดเขาทำประโยชนในขอบเขต
พื้นที่ปาเศรษฐกิจ โซน E เนื้อที่ ๔,๙๔๕ ไร จากที่ขออนุญาตใชประโยชน ๓,๙๐๒ ไร ในกรณีแปลงสวนปา
ของบริษัทนางรองอุตสาหกรรม จำกัด ไดเขาทำประโยชนในขอบเขต ๒,๒๕๐ ไร จากที่ขออนุญาต ๒,๘๓๐ ไร
ประเด็นการเรียกรองของราษฎร สืบเนื่องจากวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๖ เปนตนมา กลุม
ราษฎรอำเภอโนนดินแดงเรียกรองคัดคานมติขององคการบริหารสวนตำบลลำนางรอง ซึ่งเห็นชอบใหบริษัท
ทั้งสองตออายุสัญญาสัมปทานได และใหทางราชการนำพื้นที่แปลงปลูกสรางสวนปาที่หมดอายุอนุญาตทั้ง
สองแปลงมาจัดสรรใหราษฎร ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงทรัพยากรฯ ไดแตงตั้งคณะทำงานตรวจสอบขอเท็จจริง
คณะทำงานแกไขปญหาปาไมและที่ดินฯ และไดแตงตั้งคณะทำงานระดับพื้นที่ดำเนินการแกไขปญหาโดย
ตลอด สุดทายไดรวบรวมขอมูลราษฎรที่เดือดรอนและรายละเอียดการทำประโยชนของพื้นที่แปลงปลูกปาทั้ง
สองแปลงใหกระทรวงทรัพยากรฯ รับทราบ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๖
ในการดำเนินการขอตออายุอนุญาต บริษัททั้งสองไดยื่นขอตออายุอนุญาตที่สำนักงานปาไมจังหวัด
บุรีรัมย (เดิม) สำนักงานพื้นที่อนุรักษ ๗ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมจังหวัดบุรีรัมยมา
ตั้งแตวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๖ เรื่อยมา ซึ่งเปนชวงถายโอนอำนาจหนาที่ ตาม พ.ร.บ.ปาสงวนแหง
ชาติ ระหวางกรมปาไมกับกรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืช กลับไปกลับมา ประกอบกับระเบียบ
และแนวทางปฏิบัติยังไมชัดเจน ทำใหการพิจารณาตออายุอนุญาตดังกลาว อยูในขั้นตอนการตรวจสอบของ
เจาหนาที่ระดับพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย ซึ่งเบื้องตนเจาหนาที่ผูตรวจสอบมีความเห็นวาพื้นที่ขอตออายุ
อนุญาตแปลงนี้ไมอยูในเขตปาอนุรักษ อยูในหลักเกณฑที่จะตออายุใหได หากไมอนุญาตก็ควรให
บริษัทตัดไมที่ปลูกสรางขึ้น รวมทั้งเก็บเกี่ยวผลผลิตของบริษัทฯ ออกกอน หรือตออายุใหเฉพาะ
แปลงปลูกไมสัก ยางพารา และแปลงไมผล
147

