Page 155 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 155
‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé
• เพื่อเปนการสนับสนุนการดำรงชีวิตในพื้นที่ปาดงใหญใหแกประชาชนในป ๒๕๒๒ นั่นเอง
กรมชลประทานไดขออนุญาตใชประโยชนภายในเขตพื้นที่ปาสงวนดงใหญ เพื่อจัดสรางอางเก็บน้ำ
ลำนางรอง ซึ่งเปนเขื่อนดินขยายใหญ เริ่มสรางเมื่อป ๒๕๒๓ เสร็จในป ๒๕๒๔
ดังนั้น เมื่อรัฐอนุญาตใหเอกชนเขามาทำการปลูกสรางสวนปานับแตป ๒๕๒๖ ในพื้นที่อำเภอ
โนนดินแดง และอำเภอละหานทราย โดยเฉพาะอยางยิ่งตั้งแตป ๒๕๓๐ สรุปรวมวารัฐโดยกรมปาไมอนุญาต
ให ๗ บริษัทเอกชนเขาทำประโยชนในพื้นที่ปาสงวนแหงชาติดงใหญ ๙ แปลง รวมเนื้อที่ ๒๓,๗๔๖ ไร เพื่อ
ปลูกไมยูคาลิปตัสบนพื้นที่ดินทำกินเดิมของประชาชนชาวโนนดินแดงนั่นเอง
แมวาประชาชนชาวอำเภอโนนดินแดงไดรับการจัดสรรที่ทำกิน ตั้งแตป ๒๕๒๑-๒๕๒๘ โดยผาน
โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง โดยกรมปาไมรวมกับกองทัพภาคที่ ๒ ซึ่งมีกรมที่ดินชวยเหลือในการ
รังวัดแบงแปลง ตอมาเปลี่ยนชื่อเปนโครงการพัฒนาปาดงใหญ ๑-๔ การจัดสรรที่ดินตามโครงการ สทก. ซึ่ง
ดำเนินการโดยกรมปาไม และโครงการจัดสรรที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดบุรีรัมย ที่ไดเขามา
ดำเนินการในพื้นที่ปาสงวนแหงชาติเสื่อมโทรม และดำเนินการในพื้นที่ซึ่งเคยจัดสรรไวกอนแลวคือ ในพื้นที่
โครงการพัฒนาปาดงใหญ ๑-๒ และในพื้นที่กรมปาไมดำเนินการตามโครงการ สทก. แตระยะเวลาลวงมา
๒๙ ปแลวนับตั้งแตป พ.ศ.๒๕๒๑ ที่มีการจัดที่ดินจนกระทั่งปจจุบัน ปจจุบันประชากรเพิ่มขึ้นเปนประมาณ
๑,๙๗๙ ครอบครัว จากเดิมในป ๒๕๒๒ มีเพียง ๘๔๐ ครอบครัว ประชากรเพิ่มขึ้นกวา ๑,๑๓๙ ครอบครัว
ในชวง ๒๙ ปที่ผานมา ถาเฉลี่ยจำนวนประชากรในครัวเรือนจาก ๑,๙๗๙ ครอบครัว ก็ไดประชากร
ประมาณ ๙,๘๓๕ คน ที่มีความเดือดรอนในเรื่องที่ดินทำกิน ขณะที่ที่ดินที่รัฐอนุญาตใหบริษัท
เอกชนเขาใชประโยชนในปาสงวนแหงชาติดงใหญมีถึง ๒๓,๗๔๖ ไร
ในกรณีแปลงปลูกสวนปาของบริษัทนางรองอุตสาหกรรมจำกัด พื้นที่ ๒,๘๓๐ ไร ยิ่งเห็นไดชัดวาอยู
ใจกลางของปาสงวนดงใหญ แตกลับมีการกันออกจากพื้นที่เขตรักษาพันธุสัตวปาดงใหญกอนจะประกาศเขต
ใหดวย
นอกจากนี้ การที่กรมปาไมประกาศเขตอุทยานแหงชาติตาพระยาเปนจำนวนเนื้อที่ ๓๗๑,๒๕๐ ไร
และเขตรักษาพันธุสัตวปาดงใหญจำนวนเนื้อที่ ๑๙๓,๔๘๖ ไร ในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ พรอมๆกัน
โดยไมมีกระบวนการตรวจสอบพื้นที่ทำกินของราษฎรเดิม และกันพื้นที่ทับซอนออกกอน จึงเปนการสราง
ปญหาเพิ่มเติมในการนำที่ดินที่ประชาชนเคยทำกินไปเปนปาอนุรักษ
ดังนั้น การกระทำของกรมปาไมที่อนุญาตใหบริษัทเอกชนเขาทำประโยชนในเขตปาสงวน
ดงใหญซอนทับพื้นที่ดินของประชาชนโนนดินแดงซึ่งทำกินอยูเดิม ถือเปนการกระทำที่ละเมิดสิทธิ
ในทรัพยสินของผูรอง และสิทธิชุมชน
ประเด็นที่ ๒. การที่หนวยงานภาครัฐใหบริษัทเอกชนเขาทำประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติ
ดงใหญ โดยเจาหนาที่ไมดำเนินการตรวจสอบการใชพื้นที่ปา และแกไขปญหาผลกระทบตอชุมชนจาก
สวนปาภาคเอกชน ถือเปนการละเลยการปฏิบัติหนาที่ และละเมิดสิทธิชุมชนหรือไมอยางไร
จากการเขาไปตรวจสอบโดยหนวยงานภาครัฐ หลังการรองเรียนของผูรองไมใหตอใบอนุญาตเขาใช
ประโยชนของสวนปาทั้งสองแปลง ปรากฏชัดเจนวาทางสวนปาเอกชนทั้งสองแปลงไดทำผิดวัตถุประสงคที่
154

