Page 150 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 150
ค. สำนักงานสิ่งแวดลอมภาคที่ ๑๑
(๑) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมจังหวัดบุรีรัมย มีบันทึกที่ทำรวมกับเจาหนาที่และ
ผูแทนราษฎร กรณีขอถกเถียงจำนวนรายชื่อผูเดือดรอนที่ไมมีที่ดินทำกินของอำเภอโนนดินแดง จังหวัด
บุรีรัมย เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๘ และ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๘ วาจำนวนรายชื่อ ๒,๑๒๑ ราย
แตเมื่อคัดรายชื่อที่ซ้ำซอนกันออกไปแลวพบวาเหลือรายชื่อทั้งสิ้น ๑,๙๘๓ ราย
(๒) จากรายงานการประชุมครั้งที่ ๒ /๒๕๔๘ ที่กรมปาไม ซึ่งเปนการประชุมของคณะกรรมการเพื่อ
ตรวจสอบและศึกษาแนวทางการแกไขปญหาขอรองเรียนที่ดินทำกินของราษฎรอำเภอโนนดินแดง จังหวัด
บุรีรัมย โดยผูแทนจากสำนักงานสิ่งแวดลอมภาคที่ ๑๑ ไดรายงานขอมูลใหที่ประชุมทราบและ
พิจารณาวา ยูเนสโกขึ้นทะเบียนใหปาไมกลุมดงพระยาเย็น ๕ ปา ไดแก อุทยานแหงชาติเขาใหญ
อุทยานแหงชาติทับลาน อุทยานแหงชาติปางสีดา อุทยานแหงชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ
สัตวปาดงใหญ เนื้อที่รวม ๖,๑๖๐ ตารางกิโลเมตร เปนมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ ๑๗
กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ดังนั้น การพิจารณาในระดับพื้นที่ที่จะอนุญาตใหเอกชนตออายุใบอนุญาตใช
พื้นที่ปลูกปาเศรษฐกิจ หรือการจะจัดสรรใหราษฎรเขาทำกินในเขตพื้นที่สมควรจะตองพิจารณา
อยางรอบคอบ มิฉะนั้นอาจจะไดรับการทักทวงจากยูเนสโก เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
กรณีที่ราษฎรใชที่ดินทำกินโดยรอบอางเก็บน้ำลำนางรอง สามารถแยกไดเปน ๒ ประเด็น คือ
๑) เกิดการชะลางหนาดินลงสูอางเก็บน้ำ เนื่องจากพฤติกรรมการปลูกมันสำปะหลังของราษฎรจะมี
การยกรองพูนดิน ปกหนอมันสำปะหลัง และกำจัดหญา หรือวัชพืชในลักษณะ Bare Soil ไมมีสิ่งปกคลุมดิน
ไมไดทำการเกษตรแบบการอนุรักษดินและน้ำ ดังนั้นพฤติกรรมเชนนี้ในชวงฤดูฝนที่ตกลงมาในบริเวณนี้จะ
เกิดการชะลางหนาดินลงสูอางเก็บน้ำอยางรุนแรง
๒) พบเห็นการทำเกษตรกรรมในบริเวณนี้มีการใชยาฆาแมลงฉีดพนมันสำปะหลัง ลักษณะเชนนี้ไม
อาจควบคุมและดูแลได จึงกอใหเกิดสารเคมีปนเปอนและตกตะกอนพื้นทองน้ำในอางเก็บน้ำลำนางรอง เปน
อันตรายตอสิ่งมีชีวิต และหวงโซอาหารมาสูมนุษย สำหรับการปนเปอนของสารเคมี เปนองคประกอบของ
ยาฆาหญาที่ราษฎรบริเวณนั้นใชอยู จะตองไปตรวจวิเคราะหระดับการสะสมในพื้นทองน้ำตอไป
ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมจึงมอบหมายใหผูอำนวยการสำนักงานสิ่งแวดลอมภาคที่ ๑๑ ประสานกับทาง
จังหวัดบุรีรัมย เพื่อดำเนินการตอไป
๓) จากหนังสือของกรมปาไมลงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๔๙ ที่ไปถึงหัวหนากลุมปฏิบัติภารกิจ
ในราชการสวนภูมิภาค (ดานตนไม) จังหวัดบุรีรัมย ไดอางถึงความเหมาะสมของพื้นที่ที่หมดอายุการอนุญาต
ทั้งสองแปลง วาไดรับรายงานแจงวา แปลงปลูกปาของเอกชนทั้ง ๘ แปลง ไมมีความเหมาะสมที่จะนำไป
จัดสรรใหกับราษฎร และอยูระหวางรอผลการวิเคราะหตัวอยางบางจุดของอางเก็บน้ำลำนางรองจาก
สำนักงานสิ่งแวดลอมภาคที่ ๑๑ นอกจากนี้กรมปาไมยังไดประสานกับสำนักงานสิ่งแวดลอมภาคที่ ๑๑ ใน
การพิจารณาของบประมาณ โดยกรมปาไมแจงใหสำนักงานสิ่งแวดลอมภาคที่ ๑๑ ติดตามผลการวิเคราะห
ตัวอยางน้ำบางจุดของอางเก็บน้ำลำนางรอง รวมทั้งการเสนอทางเลือกการแกไขปญหาของราษฎรเมื่อเห็น
วาแปลงปลูกปาของเอกชนทั้ง ๒ แปลงไมมีความเหมาะสมและการดำเนินการอื่นๆ ใหกรมปาไมทราบ
149

