Page 110 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 110

น้ำขาวมีความประสงคจะปลูกยางพาราในบางสวน และปลูกปากันชนในบางสวน ซึ่งทางอำเภอคลองทอม
               ไดพิจารณาแลวมีความเห็นวา พื้นที่ปลูกยางพาราของสวนปาหวยน้ำขาวมีจำนวนมากเพียงพอแลว เห็น
               ควรใหคงสภาพปาโดยการปลูกตนไมพื้นเมืองตอไป
                      จากการสำรวจและการตรวจสอบพื้นที่โดยหลายฝายที่กลาวมาขางตน คณะอนุกรรมการสิทธิในการ
               จัดการที่ดินและปามีความเห็นวา พื้นที่สวนปาหวยน้ำขาวมีสภาพความอุดมสมบูรณของพันธุพืชพันธุสัตว

               และระบบนิเวศ ที่มีลักษณะเปนการฟนตัวของปาที่เคยมีการสัมปทานทำไมมากอน ประกอบกับในอดีตถึง
               ปจจุบัน ชุมชนตำบลหวยน้ำขาวและอีก ๓ ตำบลในอำเภอคลองทอม ไดพึ่งพาและอยูอาศัยทำกินกับปาหวย
               น้ำขาวมาอยางยาวนาน เมื่อมีการไถดันปาธรรมชาติเปนระยะๆ ตั้งแตการสัมปทานทำไม และการทำสวน

               ปาของ อ.อ.ป. จึงทำใหชุมชนไดรับผลกระทบตอการทำเกษตรกรรมและการบริโภคน้ำจากแหลงน้ำ
               ธรรมชาติที่มีตนน้ำมาจากปาหวยน้ำขาว
                      ตามพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ แมวาพื้นที่สวนปาหวยน้ำขาวไดถูกประกาศให
               เปนพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ ชองศิลา-ปาขี้แรด และ อ.อ.ป. มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการปลูกสวน
               ปาตามที่ไดรับมอบหมายจากกรมปาไมใน อีกทั้ง อ.อ.ป. ยังไดดำเนินการตามหลักวิชาการจริงบางประเด็น

               ตามที่ อ.อ.ป. อางถึง กลาวคือพื้นที่ดังกลาวอยูในโซนพื้นที่ปาเศรษฐกิจ ไมอยูในที่ลาดชัน ๓๕ องศาขึ้นไป
               แตในขอเท็จจริงชี้ชัดวา อ.อ.ป. ไดไถดันปาธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ ไมใชปาที่มีอัตราการรอดตายต่ำ และ
               เปนการไถดันปาธรรมชาติที่อยูติดบริเวณลำหวยที่ไหลผานในพื้นที่ปา ดังกลาว

                      คณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและปามีความเห็นวา พื้นที่ที่ อ.อ.ป. ไถดันเปนปา
               ธรรมชาติ ซึ่งควรใหราษฎรตำบลหวยน้ำขาวและกลุมอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
               ตำบลหวยน้ำขาวไดแสดงเจตนารมณที่จะรวมดูแลรักษาและฟนปาธรรมชาติใหเปนปาชุมชนเพื่อ
               ความยั่งยืนของปาสืบตอไป ตามเจตนารมณของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐
               ที่บังคับใชอยูในขณะนั้น ตามมาตรา ๔๖ ที่บัญญัติวา “บุคคลซึ่งรวมกันเปนชุมชนทองถิ่นดั้งเดิมยอมมีสิทธิ

               อนุรักษฟนฟูจารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น และของชาติ และมีสวน
               รวมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางสมดุล
               และยั่งยืน ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” และ มาตรา ๕๖ ที่บัญญัติวา “สิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐ

               และชุมชนในการบำรุงรักษาและการไดประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ
               และการคุมครอง สงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม เพื่อใหดำรงชีพอยูไดอยางปกติ และตอเนื่องใน
               สิ่งแวดลอมที่จะไมกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ยอมไดรับ
               ความคุมครองทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ”
                      รวมทั้งตามเจตนารมณของกติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

                      ขอ ๑ และกติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ขอ ๑ ที่กำหนดวา
                      ๑)  ประชาชนทั้งปวงมีสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง โดยอาศัยสิทธินั้น ประชาชนจะ
                         กำหนดสถานะทางการเมืองของตนอยางเสรี รวมทั้งดำเนินการอยางเสรีในการพัฒนาเศรษฐกิจ

                         สังคม และวัฒนธรรมของตน



                                                                                                  109
   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115