Page 50 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 50

41




                              2. การพัฒนากลไกสนับสนุนสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการน  าตามแนวทางสันติวิธีเป็น
                       สิ่งจ าเป็น เพื่อลดช่องว่างสิทธิของชุมชนจากแนวคิดและกรอบกฎหมายสู่การปฏิบัติได้จริง เครื่องมือ

                       และกลไกที่จ้าเป็นต่อประเด็นดังกล่าวตามสภาพปัญหาที่พบในพื้นที่และเวทีรับฟังความคิดเห็น ได้แก่

                       การผลักดันแนวทางตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่น้าร่องเป็นต้นแบบของ
                       เป้าหมายระยะสั้นเพื่อพัฒนาในระยะยาวที่ครอบคลุมชุมชนลุ่มน้้าของประเทศไทย การส่งเสริมการมี

                       ส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแข็งขันด้วยวิธีการบริหารจัดการน้้าร่วมกัน (Co-management)

                       ที่เหมาะสมกับบริบทแต่ละพื้นที่ และจ้าเป็นต้องขยายโอกาสให้หน่วยงานอื่น ๆ เช่นภาคประชาสังคม
                       ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการด้าเนินการ การบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นกับความรู้สมัยใหม่ที่เป็น

                       วิทยาศาสตร์ และการบูรณาการการบริหารจัดการน้้าข้ามศาสตร์ต่าง ๆ (วิทยาศาสตร์ สังคม

                       วัฒนธรรม) ที่ส้าคัญต้องค้านึงถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีด้วย รวมถึงการจัดการความ
                       ขัดแย้งเบื้องต้นที่เกิดขึ้นในพื้นที่

                              3. การแก้ปัญหาการบริหารจัดการน  าระยะยาวจะเป็นแนวทางที่ช่วยลดความขัดแย้งหรือ

                       บรรเทาความขัดแย้งที่เกิดขึ นได้ แนวทางดังกล่าวเป็นต้นว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรน้้าแบบองค์รวม
                       ด้วยวิธีการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งระบบนิเวศคือน้้า ดิน ป่าไม้ และอากาศ การเผยแพร่ความรู้และสร้าง

                       ความเข้าใจให้กับชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพและสามารถน้ามาปรับใช้เพื่อการมีคุณภาพ

                       ชีวิตที่ดีตามสมควร ประการส้าคัญคือการส่งเสริมความตระหนักถึงปัจจัยที่มีผลต่อชุมชนโดยตรง
                       ได้แก่ สิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรน้้าใน

                       ชุมชน การเฝ้าระวังสัญญาเตือนด้านคุณภาพน้้าและที่เกี่ยวเนื่องซึ่งพบมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะ

                       ประเด็นปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม
                       และน้าไปสู่ปัญหาปริมาณน้้ากับความเพียงพอ ประการสุดท้ายคือการมีฐานข้อมูลที่มีคุณภาพและ

                       ครอบคลุมจะช่วยให้การบริหารจัดการน้้ามีประสิทธิภาพสูงสุด

                              ทั้งนี้ ตัวอย่างโครงการและกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น 1) การสร้างฝายชะลอการไหลของน้้า
                       การส้ารวจและสร้างพื้นที่แก้มลิง หรือจัดท้าอ่างเก็บน้้าเพื่อส้ารองน้้าในฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง รวมถึง

                       ช่วยเพิ่มพื้นที่รับน้้า 2) พัฒนาระบบกระจายหรือการส่งน้้าให้ทั่วถึงและเท่าเทียมเพื่อตอบสนองต่อ

                       สิทธิขั้นพื้นฐานของชุมชน กระตุ้นให้ 3) รัฐก้าหนดสัดส่วนปริมาณการใช้น้้าให้ชัดเจน ระหว่างการใช้น้้า
                       ในภาคประชาชนกลุ่มเกษตรกรกับกลุ่มผู้ใช้น้้าประเภทอื่นเพื่อป้องกันปัญหาการแย่งน้้ากันระหว่าง

                       ภาคต่าง ๆ และเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิการใช้น้้าของแต่ละฝ่าย 4) เปิดทางให้ใช้ความรู้ท้องถิ่นที่

                       อิงกับวัฒนธรรมและจารีตปฏิบัติที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมาใช้สร้างจิตส้านึกกับ
                       ชุมชนและเยาวชน 5) ผลักดันการน้าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ความรู้ที่เกี่ยวข้องมา

                       ประยุกต์ใช้จัดการทรัพยากรน้้าและจัดการภาคเกษตร เช่น ปลูกพืชที่มีระบบรากลึก ปลูกพืชที่ใช้น้้าน้อย
                       และเกษตรอินทรีย์ 6) เร่งท้าความเข้าใจการพัฒนาพื้นที่ต้นน้้าแบบองค์รวมทั้งระบบนิเวศ (ดิน น้้า ป่าไม้
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55