Page 51 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 51
42
อากาศ) 7) ออกแบบการจัดการและบ้ารุงรักษาน้้าทั้งพื้นที่ต้นน้้า กลางน้้า และปลายน้้า 8) สร้าง
จิตส้านึกการเป็นเจ้าของร่วมที่ต้องดูแลรักษาทรัพยากรน้้าร่วมกัน และพัฒนาสู่การสร้างเครือข่ายผู้ใช้น้้า
ในชุมชน 9) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแข็งขัน ด้วยการพัฒนากลไกที่ก่อให้เกิด
การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน มุ่งเน้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า
10) ใช้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้้า พ.ศ. 2561 มาเป็นกรอบด้าเนินการทางนโยบาย โดยผลักดันการ
ก้าหนดสัดส่วนตัวแทนผู้ใช้น้้าที่มาจากภาคเกษตรกรรม ให้มีบทบาทการเป็นคณะกรรมการลุ่มน้้าให้มาก
เพราะภาคเกษตรกรรมเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศและต้องประสบกับปัญหาอย่างต่อเนื่อง
การให้บทบาทต่อตัวแทนภาคเกษตรกรรมน้อยจึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นการลดบทบาทความส้าคัญของ
ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศในการท้าหนดนโยบายการบริการจัดการน้้าตามที่ภาครัฐได้ก้าหนด
11) จัดระบบให้มีการตรวจสอบคุณภาพน้้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที
และลดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้อยู่ในขอบเขตจ้ากัด จากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางโครงสร้างทาง
ธรณีวิทยาหรือการขาดการจัดการน้้าทิ้งที่เหมาะสมจากชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรม อาจมีผลต่อ
คุณภาพน้้า เช่น ภาวะน้้าเน่าเสีย มีความเค็มเกินระดับมาตรฐาน 12) จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลเพื่อให้
ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ชุมชน รวมถึงจัดกิจกรรมที่มีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
ระหว่างรัฐ ชุมชน และภาคส่วนอื่น ที่เกี่ยวข้องต่อการจัดการทรัพยากรน้้าร่วมกัน 13) จัดท้าฐานข้อมูล
ที่ดีสู่การบริหารจัดการน้้าทั้งระบบที่เข้าถึงได้ง่ายด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย

