Page 79 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 79
ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563) 77
2
สิทธิมนุษยชนกับมิติดานสิ่งแวดลอม
การยอมรับสิทธิมนุษยชนดานสิ่งแวดลอมเปนเนื้อหาที่มักพูดกันเปนอันดับแรกถึงความสัมพันธวา
สิทธิมนุษยชนเกี่ยวของกับสิ่งแวดลอมอยางไร ในดานใด และเหตุใดจึงนําไปเกี่ยวพันกัน
การนําประเด็นดานสิทธิมนุษยชนเขามาในกรอบดานสิ่งแวดลอม รากฐานเดิม
เปนประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปนหัวขอของการสนทนาทางกฎหมาย ปรัชญาและจริยธรรมหนึ่งเทานั้น
แตก็เปนประเด็นที่มีการถกเถียงกันอยางเขมขนตั้งแต ป ค.ศ. 1970 ประเด็นถกเถียงหลัก คือ
สิทธิในสิ่งแวดลอมเปนสิทธิขั้นพื้นฐานที่มีอยูในตัวมนุษยทุกคนแลว หรือเปนสิ่งที่กําหนดและบัญญัติ
ขึ้นมาใหมเพื่อรองรับใหมีผลทางกฎหมาย กลาวคือ เปนสิทธิที่มนุษยทุกคนมีมาตั้งแตเกิดโดยธรรมชาติ
หรือเปนสิ่งที่มาบัญญัติขึ้นมาใหมในสังคม ความแตกตาง คือ หากเราถือวาสิทธิในสิ่งแวดลอมเปนสิ่งที่
มนุษยมีมาตั้งแตเกิด การไดรับผลจากการไดอยูในสิ่งแวดลอมที่ดีเปนสิทธิของมนุษยเปนสิทธิมนุษยชน
พื้นฐานแลว เมื่อมีการทําลายสิ่งแวดลอมยอมเทากับละเมิดสิ่งที่เรามีหรือควรจะไดรับอันเปนการละเมิด
สิทธิมนุษยชนโดยตรง แตถาเราระบุวาสิทธิในการไดรับหรือมีชีวิตในสิ่งแวดลอมที่ดีเปนเรื่องที่ตอง
ใหการรับรองคุมครองโดยกฎหมายหรือเปนสิทธิมนุษยชนที่ตองมีกฎหมายมารองรับ (ตามหลักที่วา สิทธิ
คือ ประโยชนที่กฎหมายรับรองให) แลว เมื่อผูใดหรือประชาชนไดรับความเสียหายจากการที่
สิ่งแวดลอมถูกทําลายหรือถูกทําใหเสื่อมโทรมลง เขาตองอางวาการทําลายสิ่งแวดลอมนั้น กระทบ
ตอสิทธิหรือละเมิดหรือทําลายสิทธิดานสิ่งแวดลอมที่กฎหมายบัญญัติรับรองวาเปนสิทธิมนุษยชน
การละเมิดสิทธิในสิ่งแวดลอมเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน
รากฐานความคิดที่มาจากการที่คนเรามีสิทธิที่จะอาศัยอยูในสภาพแวดลอมที่ดีและเหมาะสม
เพียงพอ เรียกวาสิทธิพื้นฐานที่สําคัญในชีวิตนั้น เปนหลักการที่สามารถพบไดในตํารา บทความ และ
เอกสารระหวางประเทศทั้งลักษณะคําประกาศและขอผูกมัดหรือขอผูกพันอยางเปนทางการที่เรียกวา
พันธกรณี (Obligation) ที่รัฐตองใหการรับรองและคุมครองเชนเดียวกับการคุมครองดานอื่น ๆ เชน ชีวิต
รางกาย ทรัพยสินของประชาชน ในกฎหมายภายในประเทศและการกระทําอื่น ๆ ของหลายประเทศ
รวมถึงรัฐธรรมนูญบางสวนใชหรือไม ตัวอยางเชน กฎบัตรแอฟริกาประกาศวา “ประชาชนทุกคน
มีสิทธิที่จะไดรับสภาพแวดลอมที่นาพอใจโดยทั่วไปซึ่งเปนประโยชนตอการพัฒนาของพวกเขา”

