Page 114 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 114

112         วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                   สัญญาจางระหวางหนวยงานของรัฐกับพนักงานจางเหมาบริการมีการกําหนดระยะเวลาเริ่มตน

            และสิ้นสุดสัญญา และมีการตอสัญญาอยางตอเนื่อง การเลิกจางเปนเพียงการบอกเลิกสัญญาหรือไมตอ
            สัญญาเทานั้น ไมมีการจายคาชดเชยการเลิกจาง ไมมีอัตราคาจางที่ชัดเจนและอาจตํ่ากวาอัตราคาจาง
            แรงงานขั้นตํ่าซึ่งไมเพียงพอตอการดํารงชีพ  ไมมีสวัสดิการ  ไมอาจลาโดยไดรับคาตอบแทน  ไมไดรับการ
            จายเงินสบทบเขากองทุนประกันสังคมในสวนของนายจาง  พนักงานจางเหมาบริการจะตองมาทํางาน
            ตามวันเวลาราชการ ตองลงลายมือชื่อพรอมลงเวลาในการมาปฏิบัติงานและในเวลาเลิกงาน จะตอง

            ปฏิบัติงานตามคําสั่งของผูบังคับบัญชาและรับผิดชอบงานตามที่ผูบังคับบัญชาหรือหัวหนาหนวยงาน
            มอบหมาย  รวมทั้งตองปฏิบัติงานตามคําสั่งอื่นใดที่เกี่ยวของกับงานราชการเชนเดียวกับขาราชการและ
            พนักงานราชการ ซึ่งตามขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นเปนการปฏิบัติในลักษณะความสัมพันธระหวางนายจางกับ

            ลูกจาง ตามมาตรา 575 แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย แตพนักงานจางเหมาบริการกลับไมมี
            สิทธิหรือสวัสดิการใด ๆ ตามมาตรฐานขั้นตํ่าที่กําหนดไวในกฎหมายแรงงานและกฎหมายประกันสังคม
            ไมวาจะเปนสิทธิในการลาปวย  ลาพักผอน  ลากิจธุระโดยไดรับคาตอบแทนระหวางลา  การไดรับการ
            เลื่อนเงินเดือนหรือคาตอบแทนการทํางานที่คุมคา สิทธิในการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม หรือการไดรับ
            การคุมครองในลักษณะของลูกจางรับเหมาคาแรง  ตลอดจนสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายประกันสังคม

            ประกอบกับมีขอมูลและความเห็นจากรองศาสตราจารยยงยุทธ แฉลมวงศ ผูอํานวยการวิจัย ดานการ
            พัฒนาแรงงานฝายการวิจัยทรัพยากรมนุษย และพัฒนาสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ และ
            เปนผูทรงคุณวุฒิดานสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ของสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

            แหงชาติ วา พนักงานจางเหมาบริการในภาครัฐเปนแรงงานกลุมสุดทายของการจางงานในระบบราชการ
            ไมมีอัตราคาจางและสิทธิประโยชนตาง ๆ ที่ชัดเจน พนักงานจางเหมาบริการของสวนราชการบางแหง
            เมื่อหยุดงานก็จะถูกหักเงินเดือน ถือเปนปญหาสําคัญและแกไขไดยาก ประกอบกับหนวยงานของรัฐยัง
            ไมมีการจัดทําฐานขอมูลจํานวนบุคลากรที่เปนพนักงานจางเหมาบริการในภาครัฐ ทําใหไมมีสถิติที่ชัดเจน
            ที่จะนํามาวิเคราะหแกไขปญหา  และยังไมมีความชัดเจนวาแรงงานกลุมนี้จะไดรับความคุมครองตาม

            กฎหมายใด
                   จากขอเท็จจริงดังกลาว เห็นไดวา รัฐโดยสวนราชการตาง ๆ ไดมีการจัดจางพนักงานจางเหมา
            บริการในรูปแบบของสัญญาจางทําของเพื่ออําพรางสัญญาจางแรงงานอันเปนนิติสัมพันธที่แทจริง  สงผล

            ใหพนักงานจางเหมาบริการไมไดรับการคุมครองในฐานะลูกจาง  ทั้งที่ในทางปฏิบัติมีลักษณะการทํางาน
            ที่ไมไดแตกตางจากขาราชการหรือพนักงานราชการ  ปญหาที่เกิดขึ้นเปนผลสืบเนื่องมาจากนโยบาย
            การปรับลดอัตรากําลังคนภาครัฐที่ตองการลดภาระงบประมาณดานบุคลากร  แตกลับผลักภาระไปยัง
            เอกชนที่เปนบุคคลธรรมดาซึ่งมีสถานะไมเทาเทียมกับสวนราชการ  นอกจากนี้  ยังไมสอดคลองกับความ
            พยายามในการแกไขปญหาดานงบประมาณ  แมการปรับลดอัตรากําลังคนภาครัฐจะทําใหงบประมาณ

            ดานบุคลากรลดลง แตสวนราชการยังสามารถนํางบประมาณในการดําเนินงานไปจัดจางพนักงานจางเหมา
            บริการมาทดแทน  โดยไมไดมีขอจํากัดในเรื่องกรอบอัตรากําลังเนื่องจากการใชงบประมาณดังกลาวขึ้น
            กับดุลพินิจของสวนราชการนั้น ๆ อีกทั้งในปจจุบันยังไมมีมาตรการในการแกไขปญหาอยางจริงจัง แมวา
   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119