Page 113 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 113

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  111



             ขาราชการและพนักงานราชการ หรือมอบหมายงานเกินหนาที่ความรับผิดชอบ แตกลับไมไดรับ

             สิทธิประโยชนที่ลูกจางทั่วไปพึงมีสิทธิไดรับ เชน สิทธิในการลาประเภทตาง ๆ การไดรับคาตอบแทนระหวางลา
             การปรับเพิ่มเงินเดือน การเบิกคารักษาพยาบาล การนําเงินสบทบในสวนของผูวาจางเขากองทุน
             ประกันสังคม เปนตน



                                                     2


                       ความเห็นและขอเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ



                    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติพิจารณาจากคํารอง  ศึกษาขอเท็จจริง  บทบัญญัติของ
             กฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน การรับฟงความคิดเห็นของผูทรงคุณวุฒิ การรับฟงขอเท็จจริงเพิ่มเติม

             จากผูแทนหนวยงาน คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด และเอกสารที่เกี่ยวของ แลวเห็นวา ปญหาการ
             ปฏิบัติตอพนักงานจางเหมาบริการในหนวยงานของรัฐเปนประเด็นเกี่ยวกับสิทธิแรงงานและการปฏิบัติที่
             ไมเปนธรรม
                    โดยรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง บัญญัติวา

             “บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและไดรับความคุมครองตามกฎหมายเทาเทียมกัน”
             มาตรา 53 กําหนดใหรัฐตองดูแลใหมีการปฏิบัติตามและบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด และ
             มาตรา 74 กําหนดใหรัฐพึงคุมครองผูใชแรงงานใหไดรับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทํางาน
             ไดรับรายได  สวัสดิการ  ประกันสังคม  และสิทธิประโยชนอื่นที่เหมาะสมแกการดํารงชีพ  ประกอบกับ

             กติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ขอ 7 ไดรับรองสิทธิของทุกคนที่จะมี
             สภาพการทํางานที่ยุติธรรมและนาพึงพอใจ โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องคาตอบแทนที่เปนธรรมและ
             คาตอบแทนที่เทาเทียมสําหรับงานที่มีคุณคาเทากันโดยปราศจากความแตกตางในเรื่องใด โอกาสเทาเทียมกัน
             สําหรับทุกคนที่จะไดรับการสงเสริมใหมีความกาวหนาในการทํางานของตนในระดับที่สูงขึ้นตาม

             ความเหมาะสม การพักผอนและวันหยุดเปนครั้งคราวโดยไดรับคาตอบแทน และคาตอบแทนสําหรับ
             วันหยุดทางการดวย
                    เมื่อพิจารณาบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวของ คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่
             อ.349/2556 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.531/2557 มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนของกระทรวงการคลังที่

             กค 0406.4/ว 67 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 แลว แสดงใหเห็นถึงลักษณะของการจางเหมาบริการ
             ในหนวยงานตาง ๆ ของรัฐวา นิยมจัดทําในรูปแบบสัญญาจางทําของ ซึ่งในทางกฎหมายจะตองมุงผลสําเร็จ
             ของงานเปนสําคัญ และจะตองไมมีลักษณะของสัญญาจางแรงงาน ตามมาตรา 575 แหงประมวลกฎหมายแพง
             และพาณิชยเปนเหตุใหหนวยงานราชการใชอางเปนเหตุผลที่จะไมตองผูกพันกับพนักงานจางเหมา

             บริการในฐานะนายจางกับลูกจาง จึงไมมีการจัดสวัสดิการตาง ๆ ใหแกพนักงานจางเหมาบริการ เชน
             สิทธิลาปวย ลากิจธุระ ลาคลอด สิทธิในการไดรับคาตอบแทนระหวางลา และหนวยงานราชการไมผูกพัน
             ในการนําสงเงินสมทบในสวนของผูวาจางเขากองทุนประกันสังคม
   108   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118