Page 181 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 181
180 วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน
การอภิปรายสรุปผลการประชุม และการน�าเสนอทิศทางการขับเคลื่อนต่อไป ด�าเนินการ
โดย ฟาร่าห์ ปานดิท (Farah Pandith)
แซด โมฮ์เสนี (Saad Mohseni) MOBY Group ประเทศปากีสถาน นำาเสนอโดยสรุป
รูปแบบการดำาเนินการที่ใช้กีฬา (ฟุตบอล) มาขยายผลในเชิงการสร้างการยอมรับความแตกต่างหลากหลาย
การดึงความสนใจของกลุ่มคน (เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนอื่น ๆ) ที่ชื่นชอบกีฬาประเภทเดียวกัน
ซึ่งขยายผลเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ การเพิ่มรายได้/ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) โดยทิศทาง
และแนวโน้มของการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ส่งผลให้เกิดอุปทาน ซึ่งนำามาสู่การพัฒนาต่าง ๆ อาทิ การเพิ่มขึ้น
ของเครือข่ายโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ตต่าง ๆ การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ และอื่น ๆ
เคท บาเรลลี่ (Kate Barrelle) STREAT นำาเสนอลักษณะการดำาเนินการของ STREAT
ในเชิงการสร้างธุรกิจเพื่อสังคม (empathy enterprise) ซึ่งคำานึงถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลง การเชื่อมระหว่าง
การบริหารจัดการธุรกิจ และการดูแลสังคม (Ambidextrous) การเชื่อมร้อยกับแรงงานที่มีมูลค่า (values-aligned
workforce) การสร้างโมเดลธุรกิจที่มีความยั่งยืน สามารถดูแลตนเองได้ (ไม่ต้องพึ่งพิงทุนของรัฐ) การสร้างโอกาส
ให้กับการจ้างงาน และการฝึกงานสำาหรับการสร้างวิชาชีพ รวมถึงการจ้างงานสำาหรับบุคคลที่ไม่สามารถเข้าถึง
ตลาดงานทั่วไปได้ โดยมีคำาขวัญว่า “STREAT is a hospitality social enterprise, dedicated to helping
young people who really need a hand.”
รูปแบบการดำาเนินการของ STREAT เป็นการฝึกอบรมเพื่อสร้างความพร้อม และให้โอกาสกับประชากร
เยาวชนที่จะได้เรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจ (อาหาร และเครื่องดื่ม) ในขณะที่สร้างคุณค่า การยอมรับ
(ตนเอง) และการรับรู้ (ของสังคม) ต่อกลุ่มประชากรดังกล่าว ในเชิงการเป็นมืออาชีพที่พัฒนา การจำาหน่ายอาหาร
และเครื่องดื่มของ STREAT ณ ปัจจุบันมีการดำาเนินการผ่านทั้งเครื่องจำาหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าย่อย
และอื่น ๆ โดยธุรกิจดูแลประชากรวัยเยาว์ที่มีความแตกต่างหลากหลาย แนวคิดที่นำามาใช้ คือ ทฤษฎี
ของการเปลี่ยนแปลง โดยเห็นว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีความต้องการ รู้สึก/รับรู้ว่าเป็นกลุ่มพวก โดยมีการเชื่อมต่อ
ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า โมเดลดังกล่าวสามารถนำาเสนอ และขยายผลไปยังพื้นที่
ต่าง ๆ ได้
โจนาธาน เบิร์ดเวล (Jonathan Birdwell) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและนโยบายของ ISD
นำาเสนอโดยสรุปว่า การเชื่อมโยงงานวิจัยกับการสร้างนวัตกรรม และการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ โดยการพัฒนา
เป็น (1) Online “Counter” Conversations ซึ่งมีหลักการ คือ การตรวจตราข้อคำาถาม หรือลักษณะ
การสร้างข้อมูลที่ทำาให้เกิดการเกลียดชัง แล้วเชื่อมโยงกับการตอบ หรือการนำาเสนอในลักษณะที่ถูกต้องเหมาะสม
โดยแผนงานปัจจุบัน นำาเสนอแบบ One-to-One Online CVE Interventions โดยตอบโต้ในทำานองที่เป็นกลาง
มีความเหมาะสม และเป็นไปตามเวลาจริง (real time) (2) การใช้ดัชนีการอยู่ร่วมกันของเมือง
(City Togetherness Index) สำาหรับการติดตามลักษณะวาทะความเกลียดชัง (hate speech) ทั้งในระบบ

